ละครสองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 ย้อนหลัง 22 ตุลาคม 2558


สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 2

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 3

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 4

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 5

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 6

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 7

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 8

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 5 วันที่ 22 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 9

ธรรณธรฟังเรื่องที่เกวลินเล่าแล้วแทรกถามว่า เธอนอนกับเมฆในรถคันนี้และนอนซบไหล่กันด้วยใช่ไหม เธอตอบว่าใช่ จะให้นอนตรงไหนรถคันแค่นี้ ไม่ต้องมาหวงตัวเพราะตนนอนซบไหล่เมฆไม่ใช่เขา ธรรณธรยิ่งหึงควันออกหู

เกวลินเห็นว่าสว่างแล้วจึงชวนเดินไปหาคนมาช่วย แต่ธรรณธรไม่มีรองเท้า เธอจึงหยิบรองเท้าแตะเก่าๆในรถให้ เขาขยะแขยงที่จะใส่ แถมยังบ่นหิวถามมีอะไรกินไหม เธอส่ายหน้า

ธรรณธรต่อว่า “ไม่รู้จักเตรียมพร้อม”

“นี่รถกู้ภัยนะไม่ใช่รถขายกับข้าว มีแต่ยาพาราคุณจะกินไหมล่ะ” เกวลินโวยแล้วออกเดิน

ธรรณธรจำต้องใส่รองเท้าเก่านั่นเดินตาม แต่เดินไม่ค่อยถนัด ถามนี่รองเท้าใคร เกวลินจึงบอกว่ารองเท้า คนตายลืมไว้ เขาตกใจสลัดทิ้ง เกวลินขำเดินต่อ ด้วย ความที่พื้นร้อนทำให้ธรรณธรจำต้องเก็บรองเท้ามาสวมวิ่งตาม จนมาถึงวัดเก่า เกวลินบอกว่าคงต้องฝากตัวเป็นศิษย์วัดสักวัน ทั้งสองเจอเปี๊ยกเด็กวัดมาลับๆล่อจึงจับตัวให้พาไปหาหลวงพ่อ

ทั้งสองก้มกราบหลวงพ่อ เกวลินขอยืมมือถือท่านเพื่อโทร.ตามคนมาช่วย หลวงพ่อบอกว่าโทรศัพท์ น่ะมีแต่เสีย ท่านจะให้เปี๊ยกขี่จักรยานไปซื้อน้ำมันในหมู่บ้านมาให้ดีกว่า ตอนนี้ทานข้าวก้นบาตรกันก่อน… เกวลินถามธรรณธรเคยกินข้าววัดด้วยจานสังกะสีแบบนี้บ้างไหม เขาทำหน้าทำนองไม่เคย เธอจึงบอกต้องลอง พอธรรณธรกินคำแรกก็รู้สึกว่าอร่อย ยิ้มออกมาได้…

อนิมาเป็นห่วงธรรณธรมาก พอเจอกับกรณ์ที่ร้านกาแฟจึงถามว่าเขาอยู่ที่บ้านหรือเปล่า กรณ์ส่ายหน้าแล้วย้อนถามหาเกวลิน เธอบอกว่าหายไปทั้งสองคน กรณ์ร้อนใจรีบโทร.หาปู่ถามว่าเกวลินอยู่ที่บ้านหน่วยกู้ภัยหรือไม่…ไม่มีใครเห็นเธอเลยตั้งแต่เมื่อคืน

เกวลินพาธรรณธรเข้ามาไหว้พระในโบสถ์ เธอ อธิษฐานขอให้ความซวยของลูกช้างหมดไปเสียที ธรรณธรเร่งให้รีบออก พอทั้งสองก้าวข้ามพ้นประตูโบสถ์ เกวลินก็รู้สึกว่าธรรณธรอยู่ในชุดหลวงวรงค์ ส่วนตัวเธอห่มสไบเป็นสาวแก้ว เดินชมตลาดอยู่ เธอชะงัก เสียงหลวงวรงค์ถาม “น้องหยุดทำไมรึ”

เกวลินหันมองไปข้างหลัง เป็นบรรยากาศปัจจุบัน เธอมองหน้าธรรณธรงงๆ เสียงเขาทำให้เธอยิ่งฉงนสนเท่ห์ “ผมถามว่าคุณเป็นอะไร…”

เกวลินยังทำหน้าประหลาดใจ จนธรรณธรถามอีกโดนผีหลอกกลางวันหรือ เกวลินย้อนถามตอนออกจากโบสถ์เขาไม่เห็นอะไรแปลกๆหรือ เขาบอกว่าแปลก ตน เพิ่งเคยเข้าวัดเก่าแบบนี้ เห็นอะไรก็แปลกไปหมดเกวลิน เซ็งไม่อยากจะเล่ากลัวเขาหาว่าคิดอะไร กับเขา

“ถ้าผมอนุญาตให้คุณคิดอะไรกับผมก็ได้ล่ะ”

“ฮ้า! ความคิดของฉันไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต แล้วจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ได้อยากคิดอะไรกับคุณเลย”

“ไม่ได้อยากคิดแต่คิดรึเปล่า”

“ไม่ได้คิด! นิสัยเอาแต่ใจอย่างคุณ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ปากร้ายชอบบงการคนอื่น คุณคิดว่าฉันจะชอบคุณลงเหรอ”

ธรรณธรดึงมือเกวลินเข้ามาประชิดถามแล้วถ้าเป็นเมฆล่ะ เกวลินใจสั่นตอบไม่ถูก สะบัดมือออกเดินหนี ธรรณธรเข้าใจว่าเธอชอบเมฆก็รู้สึกปวดใจ… ทั้งสองเดินมา หลวงพ่อยืนรอบอกว่าได้น้ำมันแล้ว รถอยู่ที่ไหน เกวลินตอบว่าอยู่ริมทุ่งห่างจากวัด 3-4 กิโล หลวงพ่อจึงให้ตาแหวงขับรถไปส่ง ธรรณธรบอกเกวลินให้เอาเงิน ให้หลวงพ่อ เธอควักกระเป๋าในตัวมีอยู่สองร้อยบาท ธรรณธรบ่นทำไมมีแค่นี้ หลวงพ่อรีบบอกว่าไม่ต้อง พวกเธอยังต้องเดินทางอีกไกลต้องใช้เงิน

“หลวงพ่อกรุณาพวกเรามากเลยค่ะ” เกวลินยกมือสาธุด้วยความซาบซึ้ง

“วัดไม่ใช่แค่ที่พึ่งทางใจเท่านั้นหรอกโยมเวลา ชาวบ้านเดือดร้อนอะไรมาก็พึ่งได้ทุกอย่าง รีบไปเถอะก่อนที่จะมืดค่ำไปเสียก่อน”

ทั้งสองกราบลาหลวงพ่อไปขึ้นรถอีแต๋นของตาแหวง เปี๊ยกถามหลวงพ่อทำไมไม่รับเงิน เพราะเราไม่มีเงินเหลือแล้ว หลวงพ่อยิ้มอย่างสงบเดินกลับเข้ากุฏิ

ระหว่างเทน้ำมันใส่ถังรถ เกวลินเตือนธรรณธรกลับไปคราวนี้เขาต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไม่รู้ว่าคนร้ายยังตามเล่นงานอยู่ไหม เขาบอกว่ารู้ตัวคนร้ายแล้วกลับไปจะแจ้งตำรวจ เกวลินรีบถามว่าใครถึงได้ตามจองล้าง จองผลาญขนาดนี้ ธรรณธรเล่าว่าเป็นคนที่โกงเงินบริษัทแล้วตนไล่ออก ท่าทางเกวลินเป็นห่วงเร่งให้แจ้งตำรวจจับมันให้ได้ เขาแย็บ…เป็นห่วงตนเหมือนกันหรือ

“เปล๊า…ฉันเป็นห่วงนายเมฆต่างหาก”

ธรรณธรรู้สึกเจ็บแปล๊บในใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

กรณ์กับอนิมามาที่บ้านริมน้ำ เห็นกระดาษโน้ตแปะประตูไว้ว่า พ่อกับแม่ไปตลาด กรณ์ร้องเรียกเกวลิน อนิมาเรียกหาธรรณธร ปู่กับต๋องตามมาสมทบเห็นอนิมาก็เข้าใจว่าเป็นเด็กกรณ์จึงแซวเล่น กรณ์รีบบอกว่าเธอเป็นเจ้านาย อนิมาเสริมตนเป็นน้องธรรณธรด้วย อย่าทะลึ่ง

ทั้งสองจ๋อยเมื่อรู้ว่าเธอเป็นน้องเจ้าของบ้านและเป็นเจ้านายกรณ์ แต่ปู่อดหาว่าธรรณธรหลอกลวงเกวลินไปทำมิดีมิร้ายไม่ได้ อนิมาโกรธขู่จะฟ้องหมิ่นประมาท กรณ์เอ็ดอย่างรำคาญ

“พอแล้ว เอะอะก็จะฟ้อง กลัวทนายว่างงานรึไง”

อนิมาคิดจะกลับไปรอธรรณธรที่บ้าน กรณ์จึงบอกปู่กับต๋องให้รอพ่อแม่กลับจากตลาด ตนจะไปส่งอนิมาแล้วจะกลับเข้าร้านกาแฟ อนิมาเปลี่ยนใจจะไปที่ร้านด้วยแต่กรณ์เห็นว่าเธอกลับไปรอธรรณธรที่บ้านดีแล้ว…ต๋องรู้สึกว่าทั้งสองเป็นห่วงเป็นใยกันเกินเจ้านายกับลูกน้อง

ด้านทะนงบากหน้ามาขอเงินธัญญาถึงบ้านแชมเปญให้แม่รีบๆให้ไปก่อนที่พ่อจะกลับมาเจอ ธัญญาให้ไปจำนวนหนึ่ง ทะนงไม่พอใจขอเพิ่มเป็นสามหมื่น เธอจึงกำชับว่าเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ทันไรพลเทพกลับมาเห็นตอนทะนงรับเงินก็โวย “ไอ้ขอทานนี่มาอีกแล้วเหรอ”

ทะนงรีบเก็บเงินใส่ย่าม พลเทพหาว่าเสียการพนันมาอีกแล้วถามภรรยาว่าให้ไปเท่าไหร่ ธัญญารีบบอกว่าเขาขอเงินไปตั้งตัว ตนจึงให้ไปสามหมื่น พลเทพไม่เชื่อไล่ให้ทะนงกลับไป

ooooooo

คนในบ้านตกใจเมื่อเห็นสภาพธรรณธรอยู่ในชุดคนไข้กลับมากับเกวลิน ซักถามหายไปไหนมาทั้งคืน เกวลินนึกได้ถามเขามีแผลตรงไหนบ้างหรือเปล่าธรรณธรย้อนถามเป็นห่วงตนหรือเมฆ เกวลินจึงประชดว่า ห่วงเมฆ เขาปัดไม่ต้องมาห่วง

“ตามใจ ถ้างั้นคุณถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแล้ว วันนี้ฉันขอกลับไปหาพ่อกับแม่นะ”

ธรรณธรจ้องหน้า “ก็ได้…แต่ต้องเป็นเลขาให้ผมอีกสักพักนะ”

เกวลินชั่งใจถามต้องเป็นนานแค่ไหน เขาบอกว่าหลายวัน เธอถอนใจถ้าคิดว่าตนทำได้ก็ไม่มีปัญหา พอดีอนิมากลับมาถึงดีใจมากที่เห็นทั้งสองคนกลับมา แต่ก็ตกใจกับเสื้อผ้าที่พี่ชายสวมใส่ ถามไปทำอะไรกันมาทั้งสองไม่รู้จะเล่าอย่างไร

ทางบ้านเกวลินก็เป็นห่วงเธอไม่น้อย ทั้งปู่และต๋องนั่งอยู่กับกรุณาและกนก พอเธอมาถึงทุกคนซักถามกันยกใหญ่ เกวลินเล่าไปตามความจริง กรุณาโล่งใจบอกทานข้าวเสร็จแล้วมีอะไรจะให้ดู ปู่สนใจด้วย กนกเอ็ดไม่ใช่เรื่องของเขา ปู่จ๋อย

หลังทานอาหารเสร็จ กรุณาเอาหนังสือโบราณให้เกวลินดู “นี่เป็นบันทึกของคุณยายเทียด ต้นสายสกุลเรา พ่อเขาค้นเจอเมื่อคืน”

เกวลินงงๆ กรุณาอธิบายว่า เทียดใช้เรียกพ่อแม่ของทวด…เกวลินตื่นเต้นว่าอยู่สมัยไหน กรุณาบอกว่าสมัยรัชกาลที่ 5 และย้ำให้เปิดเบาๆเพราะมันเก่ามากและมีเล่มเดียว เกวลินเปิดหน้าแรกเห็นรูปสาวห่มสไบที่มีใบหน้าคล้ายตัวเอง ใต้ภาพมีชื่อ…แก้วกุลวรินทร์ สุทธาวาส(แก้ว)

“นี่คือคุณยายเทียด คนเขียนบันทึกเล่มนี้”

เกวลินตกตะลึง ประหลาดใจมากที่เห็นรูปคุณแก้ว…กรุณาบอกลูกว่ายังมีที่ประหลาดกว่านี้อีก ให้เปิดดูหน้าที่คั่นไว้ เกวลินค่อยๆเปิดแล้วต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นรูป หลวงวรงค์ฤทธิรอน (วรงค์ วรงค์ฤทธิรอน) ซึ่งมีหน้าตาเหมือนธรรณธรอย่างมาก เธอรีบถามว่าเขาเป็นใคร

“แม่จำได้คร่าวๆว่าท่านเป็นคนรักเก่าของคุณเทียด แต่รายละเอียดแม่จำไม่ได้แล้วล่ะ”เกวลินไม่อยากเชื่อ ขอหนังสือเล่มนี้ไปอ่าน กรุณาย้ำระวังอย่าให้ขาดและหาย…

เกวลินครุ่นคิดถึงธรรณธรแล้วนึกได้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานกับเขาจะใส่ชุดอะไรดี เพราะไม่ได้เอาเสื้อที่ซื้อมาด้วย เธอรู้สึกสับสนว้าวุ่นใจกลัวอารมณ์ของธรรณธรและคิดถึงความอ่อนน้อมของเมฆ

ส่วนธรรณธรให้กฤตมาหาที่บ้าน ทำแผลให้และปรึกษาปัญหาหัวใจ “ไอ้กฤต…ฉันรู้สึกเหมือนโดนผู้หญิงปฏิเสธ เหมือนคนอกหักเลยว่ะ”

กฤตหัวเราะไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างธรรณธรจะ อกหักเพราะผู้หญิงห้าวๆคนหนึ่ง ธรรณธรหน้างอถาม

ตลกมากนักหรือ กฤตเน้น “ใช่ ประหลาดมากเลยไอ้ธรรณ ผู้ชายอย่างแกเนี่ยนะจะถูกปฏิเสธแล้วยังอกหัก ฮ่าๆๆ”

“ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงรู้สึกผูกพันกับเธอมากขนาดนี้ ฉันควรจะทำยังไงดี หรือฉันควรจะตัดเธอออกไปจากชีวิตฉันดี”

“ทำได้ไหมล่ะ เฝ้าคิดถึงเขาตั้งแต่ยังไม่เจอ นี่ถ้าฉันไม่ใช่หมอ ฉันคงเชื่อเรื่องความผูกพันในอดีตระหว่างแกกับคุณเกวไปแล้ว”

ธรรณธรย้อนถามแล้วถ้าในฐานะหมอ กฤตตอบว่าไม่เชื่อ ธรรณธรให้อธิบายเหตุผล กฤตวิเคราะห์ ตอนเด็กเขาอาจจะเจอผู้หญิงคนหนึ่งแล้วประทับใจมากก็เลยเก็บไปฝัน แล้วก็ฝันเรื่อยมาจนได้เจอเกวลินที่หน้าตาคล้ายผู้หญิงคนนั้น ก็เลยตกหลุมรักง่ายๆแค่นั้น ธรรณธรคิดตาม มันไม่ใช่เรื่องของชาติปางก่อนจริงหรือ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เกวลินแต่งชุดยีนส์ เสื้อแจ็กเกตมาทำงาน หอบแฟ้มมาวางให้ธรรณธร เขาชำเลืองมองไม่ทักทาย แต่พอช่วงกลางวัน มีพนักงานเอาถุงใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรูมาวางให้บนโต๊ะเกวลิน เธอเปิดดูมีกระดาษโน้ตแปะไว้ว่า…ใส่ซะ บ่ายนี้มีประชุม…

พนักงานแถวนั้นซุบซิบอยากได้กันบ้าง…พอเกวลินเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเข้าประชุมกับธรรณธร เขาเผลอมองเธออย่างชื่นชม

ตกเย็น เกวลินกลับบ้านริมน้ำ เห็นนักเลงคุยกับพ่อแม่ที่หน้าบ้าน นักเลงมาบอกว่าเสี่ยยินดีให้กู้เงินอีกเมื่อไหร่ก็ได้ กนกปฏิเสธไม่รบกวน เข็ดจนตาย…เกวลินเข้ามาถามมีอะไรกัน กรุณารีบบอกว่าไม่มีอะไรแล้วดึงลูกเข้าบ้าน นักเลงมองเกวลินตาเยิ้ม

“โอ้ว นี่เหรอลูกสาว สวยกว่าในรูปตั้งเยอะหวังว่าจะได้เจอกันอีกนะน้อง ยินดีให้ความช่วยเหลือเสมอ” ว่าแล้วก็กลับไป

เกวลินซักไซ้พ่อแม่ว่าพวกนี้เป็นใคร…พอรู้เรื่องทั้งหมด เกวลินก็บุกมาที่บ้านธรรณธร อนิมากำลังทำขนม เห็นเกวลินมาก็ดีใจเพราะธรรณธรเป็นอะไรก็ไม่รู้ นั่งนิ่งไม่พูดจากับใคร เกวลินจึงถามว่าเขาอยู่ไหนแล้วรีบเดินไปหา บัวลอยฝากให้ช่วยถือถ้วยขนมไปให้เขาด้วย

ธรรณธรนั่งนิ่งอยู่ในสวน เกวลินเอาถ้วยวางกระแทกตรงหน้า ถามเขาทำอย่างนี้ทำไม เขางงเรื่องอะไร เกวลิน ต่อว่า “ทำไมต้องมาใช้หนี้ให้พ่อแม่ฉัน จ้างฉันด้วยเงินเดือนสูงๆ เอาบ้านมาให้ครอบครัวฉันอยู่ ทั้งหมดนี้คุณต้องการอะไร”

“ผมไม่ได้ต้องการอะไร”

“คุณคิดว่าคุณเป็นเทวดารึไง ฉันมีมือมีเท้า ปัญหาของบ้านฉัน ฉันจัดการเองได้ หรือว่าคุณเห็นฉันจนตรอก น่าสมเพชจนต้องยื่นมือเข้ามาช่วย”

ธรรณธรว่าเธอคิดมากไปกันใหญ่ เกวลินโวยแล้วทำไมต้องปิดบัง ทุกคนรู้เรื่องยกเว้นตน เขาสวนเพราะทุกคนเป็นห่วง เกวลินเผลอถามแล้วเขาห่วงด้วยหรือ เขายอมรับแล้วดึงเธอเข้ามากอดเช็ดน้ำตาให้ เกวลินรู้สึกตัวผลักเขาออก

“อย่ามาเล่นตลกกับความรู้สึกฉัน คุณไม่เคยชอบผู้หญิงอย่างฉัน แล้วจะมาห่วงฉันด้วยเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจคนอย่างคุณ ไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรและไม่อยากจะเข้าใจด้วย ฉันจะหาเงินมาคืนคุณให้หมด แล้วคุณก็ไม่ต้องไปหาฉันอีก ไม่ว่าจะเป็นเมฆหรือเป็นคุณ เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ” พูดจบเกวลินก็เดินออกไป

ธรรณธรรู้สึกใจสลาย อนิมากับบัวลอยซึ่งแอบฟังอยู่รีบหลบกลับไปไม่ให้เขาเห็น

ooooooo

เมื่อหมดเรื่องหนี้สิน กนกกับกรุณาก็อยากกลับไปดูแลสวน เพื่อหาเงินมาใช้คืนธรรณธร เกวลินต่อว่าพ่อกับแม่ที่ไปรับเงินเขา ทั้งสองบอกว่าธรรณธรเป็นคนดีมีน้ำใจ หาไม่ได้ง่ายๆ เราต้องรู้บุญคุณเขา เตือนลูกให้ตั้งใจทำงานให้เขา เกวลินสะอึกไม่กล้าบอกพ่อแม่ว่าตนลาออกแล้ว

เกวลินและกรณ์เก็บเสื้อผ้าเพื่อย้ายกลับไปอยู่บ้านตัวเอง เกวลินวางหนังสือต้นตระกูลไว้บนโต๊ะ กรณ์ไม่ได้สนใจหยิบไปวางตรงอื่น แล้วบ่นว่าถ้าเราอยู่บ้านนี้ต่อไปก็จะเป็นหนี้บุญคุณธรรณธรมากขึ้น เกวลินเห็นด้วยแล้วถามเราเป็นหนี้เขาเท่าไหร่ กรณ์บอกว่า 5 ล้าน เธอแทบช็อก

ธรรณธรชะเง้อมองว่าเกวลินจะมาทำงานไหม พนักงานซุบซิบหาว่าเกวลินได้ใจกล้ามาทำงานสาย…

หลังจากคืนที่เข้าโรงแรมกับกรณ์ แชมเปญก็เก็บตัวเงียบ ธัญญาถามเป็นอะไร อยากทานอะไรจะให้คน ไปซื้อให้ เธอส่ายหน้า ตัดสินใจถามแม่ ที่ผ่านมาตนเป็น เด็กดีของพ่อหรือเปล่า ธัญญาลูบหัวลูกอย่างเอ็นดู บอกว่า ลูกเป็นเด็กดีมาตลอด

“แล้วถ้าวันนึงหนูเกิดทำตัวไม่ดีขึ้นมา แม่จะว่ายังไงคะ”

ธัญญาหัวเราะ “แม่ไม่ว่าหรอกลูก คนเรามันก็ต้องมีกันบ้าง แต่อย่าให้พ่อรู้ก็แล้วกัน”

ทันใดพลเทพเดินเข้ามาถามเสียงกร้าวว่าไปทำอะไรมาให้บอกเดี๋ยวนี้ แชมเปญตกใจอ้ำอึ้ง ธัญญาแก้ตัวว่าลูกพูดเล่น พลเทพตวาดไม่ได้ถามและบังคับให้ แชมเปญตอบ เธอสุดทน

“ความชั่วเดียวที่หนูจะทำก็คือการขัดคำสั่งพ่อนั่นแหละค่ะ หนูเคยคิดว่าการอยู่ในโอวาทของพ่อมันทำให้ชีวิตหนูมีความสุข แต่วันนี้หนูรู้แล้วค่ะว่ามันไม่ใช่ หนูไม่เคยมีชีวิตของตัวหนูเองเลย หนูมีชีวิตเพื่อพ่อมาตลอด หนูไม่เคยได้เลือกในสิ่งที่หนูอยากได้ ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่พ่ออยากได้ทั้งนั้น”

พลเทพบอกว่าสิ่งที่ตนอยากได้คือสิ่งที่ดีกับชีวิตเธอ แชมเปญสวน พ่อจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรดีกับ ชีวิตตน พลเทพอ้างเพราะตนเป็นพ่อ เธอส่ายหน้า พ่อไม่เคยรู้เลยว่าตนต้องการอะไร ตนไม่เคยรักธรรณธร และเขาก็ไม่เคยรักตน แต่พ่อก็ดันทุรังจะให้เราแต่งงานกัน ตนไม่อยากเป็นผู้หญิงหน้าด้านไล่ตามผู้ชายอีกแล้ว ชีวิตคู่ของตน ตนขอเลือกเอง…พลเทพโกรธจัดปราดเข้าตบหน้าประกาศเธอเป็นลูก ชีวิตเธอเป็นของตนถ้าอยากมีชีวิตที่ดีก็ทำตามคำสั่งตน แชมเปญอึ้ง

ระหว่างที่ธรรณธรทำงานในห้อง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาดีใจคิดว่าหน้าห้องโทร.บอกว่าเกวลินมาทำงานแล้ว แต่กลายเป็นเสียงแชมเปญแทรกเข้ามาว่าเธอเอง…

ทั้งสองขึ้นไปคุยกันบนดาดฟ้า แชมเปญทำเป็นร่าเริงเปิดบันทึกจากมือถือให้เขาดูว่าตนได้ฤกษ์แต่งงานมาแล้ว มีสามวันให้เลือก แล้วเธอก็พล่ามรายการที่ต้องทำยาวเหยียด ธรรณธรหาจังหวะแทรก จนเธอเริ่มเสียงสั่นน้ำตาไหลพูดไปถึงเรื่องต้องจองโรงเรียนไว้ให้ลูกเลย เพื่อลูกจะได้เข้าโรงเรียนดีๆเป็นคนเก่ง ธรรณธรพยายามเรียกสติเธอแล้วโพล่งขึ้น

“แชมเปญ! ผมไม่ได้จะแต่งงานกับคุณ ผมไม่ได้รัก…”

“ไม่ต้องพูด แชมเปญไม่อยากได้ยิน แชมเปญรู้ค่ะรู้มาตลอดว่าคุณไม่ได้รักแชมเปญ”

ธรรณธรถามทำไมไม่ยอมหยุด เธอบอกเพราะเขาไม่เคยปฏิเสธ ธรรณธรเสียใจที่ไม่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เธอเสียหน้า คิดว่าเห็นท่าทีของตนก็คงเข้าใจ ตนขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด แชมเปญน้ำตาร่วงยอมรับว่าเข้าใจมาตลอด แต่คนที่ไม่เข้าใจคือคุณพ่อ…ธรรณธรเห็นใจ

ทั้งสองย้ายมานั่งในห้องทำงาน แชมเปญรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ถามที่ผ่านมาตนคงดูทุเรศมากในสายตาเขา ธรรณธรยิ้มปลอบว่าเราเป็นเพื่อนกัน แชมเปญสะเทือนใจที่เกือบทำลายความเป็นเพื่อนลง ธรรณธรจะอธิบายกับพลเทพเอง ถ้าเขาจะถอนหุ้นตนก็เข้าใจ พอดีมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ พนักงานเข้ามารายงานว่า ตำรวจโทร.มาขอให้เขาไปชี้ตัวทะนง

แชมเปญตกใจตามธรรณธรไปที่โรงพัก เห็นทะนงถูกใส่กุญแจมือ ตำรวจบอกธรรณธรให้ชี้ตัวทะนง และยืนยันว่าเป็นคนที่ตามทำร้ายเขา แชมเปญอึ้งไม่คิดว่าน้าของตนจะทำขนาดนี้

ooooooo

กรณ์มาทำงานที่ร้านกาแฟด้วยท่าทางมึนตึงไม่พูดจากับอนิมาจนเธอแปลกใจ หลังเลิกงานเขาส่งกุญแจบ้านฝากไปคืนธรรณธร เธอไม่เข้าใจทำไมเขาต้องออกจากบ้านริมน้ำด้วย กรณ์ตอบว่าหมดเรื่องหนี้ ตนก็ไม่มีความจำเป็นต้องหลบอีก

“ฉันอยากให้เกวลินมาอยู่ที่บ้านฉัน นายช่วยไปพูดให้หน่อยสิ”

“ก็บอกแล้วไงว่าหมดเรื่องแล้ว เราไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณอีก พี่ชายคุณยอมจ่ายหนี้ให้เรา เราก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว”

“เกรงใจเหรอ ฉันว่านายกลัวเสียศักดิ์ศรีมากกว่า”

กรณ์เหมือนโดนจี้ใจดำ อนิมาหาว่าเขาคิดมากเรื่องนี้เล็กน้อย กรณ์สวนว่าสำหรับเธอมันเล็กน้อยแต่สำหรับตนกับน้อง มันเป็นเรื่องใหญ่ อนิมาอ่อนใจขอร้องให้เขาช่วยพูดกับเกวลินกลับไปทำงานที่บริษัท กรณ์ปฏิเสธ อนิมาดักคอเขาคงไม่คิดลาออกเหมือนกัน เขาบอกว่ากำลังคิดอยู่ อนิมาโวยถ้าเขาลาออกแล้วใครจะดูแลร้านให้ ถ้าร้านเจ๊งตนจะตามราวีเขาทุกวัน…

เกวลินมาทำหมูกระทะกินกันที่บ้านใหญ่ ปรับทุกข์ว่าจะทำงานอะไรที่หาเงินไปใช้หนี้ได้ แมคแนะนำให้ทำสิ่งที่ชอบ อย่างเช่นทำร้านหมูกระทะ ยุ้ย ต๋อง ใหญ่และปู่เห็นด้วยช่วยกันแบ่งหน้าที่ แต่เกวลินไม่มีอารมณ์ร่วมกลับหน้ามุ่ยเดินเลี่ยงไปโทรศัพท์คุยกับแม่ว่า

กลับถึงบ้านสวนหรือยัง กรุณาบอกถึงแล้ว และย้ำเตือนให้เธอตั้งใจทำงานกับธรรณธรให้ดี เกวลินน้ำตาซึม

อนิมาเอากุญแจบ้านริมน้ำคืนให้ธรรณธร บอกตามคำพูดของกรณ์ และบ่นกลัวกรณ์จะลาออกจากร้านเหมือนกัน…บรรยากาศในบ้านดูอึมครึม จนอนิมาอยากตามเกวลินกลับมาให้ได้

ด้านเกวลินก็นอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงธรรณธร จนรู้สึกว่าตัวเองหูแว่ว มีเสียงเรียกคุณแก้วจึงไปชะโงกดูที่หน้าต่าง ไม่เห็นใคร กลับมานั่งคิด ต่อให้มาจริงก็จะไม่ลงไปเจอหน้าอีกเด็ดขาด ด้วยความกังวลใจ เกวลินลงมาเดินสำรวจหน้าบ้าน เห็นรถธรรณธรจอดหน้าบ้านก็ตกใจ ตัวเขายืนกอดอกมองอยู่ เธอสบตาเขารู้ว่าไม่ใช่เมฆจึงสะบัดหน้าเดินกลับ ธรรณธรรู้สึกเจ็บปวดใจ

ooooooo

วันนี้เป็นวันหยุด ธรรณธรนั่งออกแบบเฟอร์นิเจอร์ อยู่กับบ้าน อนิมารู้ว่าพี่ชายคิดถึงใครบางคนจึงแนะให้ไปหา นิ่งแบบนี้ผู้หญิงจะรู้ได้อย่างไรว่าเรารู้สึกอะไรกับเขา…ธรรณธรถามรู้ได้อย่างไร อนิมาเหน็บ “ไม่รู้ตัวเลยเหรอ สายตาพี่น่ะมันฟ้อง มันบอกว่าพี่มีความรัก”

“เว่อร์ไปแล้ว…”

“ไม่เว่อร์หรอก แล้วตอนนี้พอพี่ห่างกับเขา พี่ก็กลับมาเป็นมนุษย์หินไร้อารมณ์เหมือนเดิม”

ธรรณธรยอมจำนนถามตนควรทำอย่างไร อนิมา บอกให้ไปง้อ ทำให้เขาเข้าใจว่าเราหวังดี ไม่ได้คิดดูถูกเขา ธรรณธรเอ็ดแสดงว่าแอบฟัง อนิมายิ้มแหะๆบอกไม่ได้ตั้งใจ ธรรณธรยอมรับว่าพูดไปหมดและไปหามาแล้ว

แต่ไม่ได้ผล อนิมาคิดว่าต้องใช้ไม้ตาย ธรรณธรสบตาเชิงถาม

“บอกรักเขาเลย…” ธรรณธรร้องเฮ้ย! อนิมาย้ำ “จริงๆ…ลองดูสิพี่ธรรณ”

“ไม่มีทาง ไร้สาระ หลบไป” ธรรณธรปัดเดินหนีแต่แล้วธรรณธรก็ไปที่บ้านริมน้ำ เดินมองอย่างอาลัยอาวรณ์ คิดถึงที่ผ่านมาว่าทำไมตนต้องอยากได้บ้านหลังนี้ คิดถึงพ่อของเกวลินที่บอกว่าบ้านนี้คือบ้านเก่าของพวกเขา แล้วธรรณธรก็ได้เจอสมุดบันทึกของแก้วที่เกวลินลืมไว้ จึงหยิบมาเปิดดู เขาต้องตะลึงตาค้างเมื่อเห็นรูปคุณแก้วและคุณหลวงวรงค์ ภาพที่เคยฝันผ่านเข้ามาในสมองพรึ่บๆ

ทันใดมีเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ธรรณธรหลุดจากภวังค์รีบปิดหนังสือซ่อนไว้ด้านหลัง เกวลินเดินเข้ามา พอเห็นเขาเธอก็ถามมาที่นี่ทำไม ธรรณธรย้อนว่านี่บ้านตน ตนควรถามเธอมากกว่า เกวลินชะงักบอกเขาว่าตนลืมของไว้ หาเจอแล้วจะรีบไป ว่าแล้วก็เดินหาทั่วบ้าน ธรรณธรถามว่าหาอะไร เธอบอกว่าหาหนังสือเก่า เป็นประวัติครอบครัวตนแล้วถามเขาเห็นบ้างไหม เขารีบส่ายหน้า เกวลินจะเดินออกบอกวันหลังค่อยมาหาใหม่ ธรรณธรเรียกเธอไว้แล้วยื่นกุญแจบ้านให้ วันหลังมาจะได้ไม่ต้องงัด เธอรับมาแล้วรีบจ้ำออกไป

ธรรณธรวิ่งตามออกมาบอกว่าจะไปส่ง เธอปฏิเสธเขาไม่พอใจขอกุญแจคืน เกวลินจ้องหน้าเคืองๆ…ตลอดเวลาที่นั่งมาในรถ เกวลินหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา ธรรณธรทนไม่ไหวถาม

“ที่ผมทำไปมันผิดมากเลยเหรอ ถึงต้องโกรธผมขนาดนี้” เห็นเธอนิ่งจึงทวงกุญแจคืน

“คิดว่าข่มขู่ฉันแล้ว ฉันจะโกรธคุณน้อยลงรึไง”

“งั้นคุณก็ตอบมาสิ”

เกวลินนั่งนิ่ง ธรรณธรโกรธเลี้ยวรถไปอีกทางเกวลินโวยบ้านตนไม่ใช่ทางนี้ เขากวนว่า หลงขึ้นรถตนแล้วคิดว่าตนจะปล่อยไปง่ายๆหรือ เกวลินติงก็เพราะนิสัยอย่างนี้ ตนถึงได้โกรธแล้วถามจะพาไปไหน เขายักไหล่ไม่รู้แค่ยังไม่อยากให้กลับ แล้วหยั่งเชิงถามว่าหนังสือที่หามันเกี่ยวกับตนไหม หญิงสาวมองหน้าจะถามทำไม

“ก็ผมรู้สึกว่าเรามีอดีตที่เกี่ยวพันกันอยู่ เผื่อว่าผมอาจจะมีความเกี่ยวพันกับครอบครัวคุณมาก่อนก็ได้”

เกวลินลังเลที่จะเล่า เขาถามย้ำ เธอจึงบอกว่ามีคุณหลวงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนเขามาก ชายหนุ่มถามอย่างสงสัยเธอคิดว่าใช่ตนไหม เธอสวนเขาอายุร้อยกว่าปีหรือเปล่า

“ผมหมายถึงคุณหลวงคนนั้นคือผมเมื่อชาติที่แล้วรึเปล่า”

เกวลินขนลุกไม่กล้าฟันธงจึงบอกว่าไม่รู้และให้เขาพากลับบ้าน…เผอิญปู่มารอเกวลินที่บ้าน เจอกรณ์กำลังจะออกไปทำงาน กรณ์บอกว่าเกวลินไปเอาของที่บ้านริมน้ำ ปู่จึงคิดจะไปซื้อของมาทำหมูกระทะให้ หรือจะเฝ้าบ้านรอดี

ธรรณธรส่งเกวลินแล้วเดินตามเข้ามาด้วย อ้างหิวน้ำและจะขอเข้าห้องน้ำ เกวลินบอกให้ไปเข้าที่ปั๊มก็ได้ เขาต่อว่า น้ำใจมีบ้างไหมว่าแล้วก็เดินแซงหน้าไปดื้อๆ

“นี่บ้านฉันนะ จะเข้าไปน่ะรอให้เจ้าของอนุญาตก่อนสิ”

“ก็ทีคุณเข้าบ้านผมโดยไม่ขออนุญาตผมก่อนได้เลย”

เกวลินค้อนขวับ…ธรรณธรเดินออกมาจากห้องน้ำ เกวลินส่งแก้วน้ำให้แล้วบอกว่าดื่มเสร็จก็กลับไปได้ เขาหาว่าเธอใจร้าย “นี่ผมกำลังง้อคุณอยู่นะ ผมจะไม่กลับง่ายๆจนกว่าคุณจะหายโกรธ…บอกผมมาเดี๋ยวนี้ว่าจะให้ผมทำยังไงคุณถึงจะหายโกรธ”

“คุณง้อฉันด้วยการบังคับเหรอเนี่ย มีใครเขาง้อกันแบบนี้บ้างหา”

ธรรณธรตอบยิ้มๆว่าตนนี่ไง เกวลินกำลังจะใจอ่อน ปู่เดินลงมาเพราะเผลอหลับไปเพิ่งตื่น พอเห็นธรรณธรก็ไม่พอใจรีบวิ่งมากอดคอเกวลินแสดงความเป็นเจ้าของ ธรรณธรร้องเฮ้ยด้วยความไม่พอใจเช่นกัน

ปู่ทำหน้ากวนๆ ทำนองว่ามีปัญหาอะไร เกวลินตัดบทว่าธรรณธรกำลังจะกลับ เขาเคืองหาว่าที่เธอรีบกลับบ้านเพราะมีคนรออยู่นี่เอง ปู่เย้ยของมันแน่อยู่แล้ว ไม่มีที่ไหนอบอุ่นเท่าบ้านที่มีคนที่เรารักและรักเรารออยู่ ธรรณธรยิ่งโกรธเพราะแบบนี้นี่เองถึงไล่ตนใช่ไหม

“เข้าใจถูกแล้วก็กลับไปสิ จะมัวยืนอยู่ทำไม เดี๋ยวหอมแก้มโชว์ซะเลย” ปู่เยาะ เกวลินปรามปู่ แต่เขายังกร่าง “ไม่ต้องไปเกรงใจมันหรอกเกว”

“ถ้ารู้ว่าเทสต์คุณเป็นแบบนี้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามา” พูดจบธรรณธรกลับออกไป

“เมื่อกี้มันว่าเกวหรือมันว่าปู่อ่ะ ไอ้นี่มันขี้อิจฉา มันอิจฉาเกวกับปู่”

เกวลินนิ่วหน้าถอนใจมองธรรณธรที่ขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

พอรู้ว่าเกวลินลาออก อนิมาก็กลัวกรณ์จะออกเช่นกัน มาถึงร้านรีบถามเด็กในร้านว่ากรณ์สั่งอะไรไว้บ้างหรือเปล่า เด็กส่ายหน้า ไม่ทันไรกรณ์เดินเข้ามา เธอรีบทำตัวเป็นง่วนกับงาน เงยหน้ามาถามเขาไม่ลาออกแล้วใช่ไหม

“ใช่ เพราะผมมีภาระที่จะต้องใช้หนี้ ลาออกไปก็ไม่มีประโยชน์ หรือคุณอยากให้ผมออก”

อนิมารีบบอกว่าไม่ กรณ์ยิ้มมุมปาก อนิมาแก้ตัวว่าตนหาคนใหม่ไม่ทัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่ง้อหรอก กรณ์ส่ายหน้าที่เธอพยายามจะเอาชนะ

ด้านธรรณธรเรียกกฤตมาดื่มและระบายความอัดอั้นที่เกวลินมีผู้ชายรออยู่บ้าน กฤตรีบถามว่าใคร เขาชะงักเปลี่ยนเรื่อง “ช่างมันเถอะ ถามแกเรื่องอื่นดีกว่า แกว่าคนเราหน้าตาจะเหมือนกันได้ขนาดไหน”

“แกหมายถึงอะไรวะ ถ้าฝาแฝดไข่ใบเดียวกันก็เหมือนกันมาก ถ้าเป็นญาติพี่น้องก็มีสิทธิ์ที่จะคล้ายกัน เพราะลักษณะหน้าตาคนเรามันฝังอยู่ในยีนแล้วถ่ายทอดกันเป็นพันธุกรรม”

ธรรณธรเปิดรูปในหนังสือให้ดู กฤตเห็นรูปแรกก็บอกว่าเกวลิน ธรรณธรบอกว่าไม่ใช่ “เป็นคุณแก้วคนนี้แหละที่ฉันฝันเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ข้อสันนิษฐานของแกก็ไม่ใช่แล้วนะ เพราะฉันว่าฉันฝันเห็นคนนี้จริงๆ เสื้อผ้า ทรงผม แววตาเหมือนกันทุกอย่าง”

กฤตไม่อยากเชื่อ ธรรณธรให้เปิดหน้าที่คั่นไว้ พอกฤตเปิดยิ่งตกใจเพราะเห็นหลวงวรงค์หน้าเหมือนธรรณธรอย่างกับแกะ อุทาน “มีเรื่องแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ”

ในขณะที่ปู่จัดทำหมูกระทะ ชวนกรณ์ ใหญ่กับพวกมาเลี้ยงฉลองการลาออกครั้งสุดท้ายของเกวลิน แล้วเธอจะมาทำร้านหมูกระทะกับตน ปู่โอ่ต่อไปตนกับเธอจะเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยกว่าโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ของธรรณธร พลันมีเสียงแตรรถขัดจังหวะ กรณ์รีบออกไปดูหน้าบ้านเห็นอนิมากับกฤตก็ถามมีธุระอะไร อนิมาตอบว่าตนมีธุระกับเกวลิน แล้วควงแขนกฤตแนะนำว่า

นี่แฟนตน กรณ์ไม่สนใจอะไรเปิดประตูให้ทั้งสองเข้ามาแถมย้ำ หมดธุระก็รีบกลับด้วยเพราะพวกตนกำลังเลี้ยงฉลองที่เกวลินลาออกจากงาน อนิมาขุ่นเคือง

เกวลินแปลกใจเมื่อเห็นอนิมากับกฤต อนิมารีบบอกให้ไปเจอคนคนหนึ่ง เธอปฏิเสธไม่อยากเจอ อนิมาขอร้อง เกวลินจึงขัดไม่ได้ กฤตกับอนิมาพาเกวลินออกมาที่รถ เจอธรรณธรเมาแอ๋อยู่ในรถ แต่พอเขาเห็นเธอก็ร้องเรียก “คุณแก้ว…”

อนิมาพยักหน้าทำนองเขาคือเมฆ ร้องวิ่งหาแก้วทั่วบ้าน ตนไม่รู้จะทำอย่างไร เกวลินถอนใจคงต้องทำเหมือนครั้งก่อน

เกวลินจำต้องกลับมาที่บ้านธรรณธรด้วยแล้วพาเขาขึ้นห้องนอน กฤตบอกว่าปกติธรรณธรดื่มแค่นี้ไม่มีวันเมา แต่จู่ๆกลายเป็นเมฆจึงเมาหนัก เกวลินบอกให้เมฆสร่างเมาเร็วๆตนจะได้กลับบ้าน เมฆเกาะเธอแจจนอนิมาอดขำและสงสารไม่ได้

เกวลินเห็นว่าเมฆหลับแล้วจึงจะตามอนิมากับกฤตออกจากห้อง แต่แล้วเมฆตื่นขึ้นลุกมาเกาะเธอแจ อนิมากับกฤตยิ้มแหยๆบอกเกวลินคงต้องอยู่ต่ออีก

สักพัก…เมฆดึงเกวลินให้มานอนบนเตียง ตัวเขานั่งฟุบหน้ากุมมือเธออยู่หน้าเตียง

ด้านปู่โวยวายต่อว่ากรณ์ที่ปล่อยเกวลินไปกับธรรณธร กรณ์อ่อนใจเพราะบุญคุณที่ธรรณธรมีต่อครอบครัวตนทำให้ต้องยอม ปู่ซักถามว่าบุญคุณอะไร กรณ์หนักใจไม่อยากบอกใคร…ปู่ชะเง้อรอเกวลินจนดึก กรณ์จึงโทร.ไปหาเกวลิน แต่อนิมารับสายแทนและบอกเขาว่า คืนนี้ขอให้เกวลินค้างที่บ้าน แล้วตัดบทวางสาย กรณ์งง ปู่ไม่ยอมจะไปรับเธอกลับ ทุกคนถามรู้หรือว่าบ้านอยู่ที่ไหน ปู่ชะงักร้องไห้คร่ำครวญเป็นห่วงเกวลิน

กลางดึก ธรรณธรสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เห็นเกวลินนอนอยู่บนเตียงก็ลุกขึ้นไปมองหน้าใกล้ๆ ยิ้มออกมาพึมพำ “มาแย่งที่นอนผมอีกแล้วนะ”

เขาล้มตัวนอนข้างๆเธอ เกวลินรู้สึกตัวตื่นมาเห็นหน้าธรรณธรก็ตกใจจะลุก เขาโอบกอดเธอไว้ถาม ยอมกลับมาทำไม เกวลินโวยตนไม่ได้มาหาเขา ตนมาดูแลเมฆ ธรรณธรเยาะว่าก็คนคนเดียวกัน เป็นห่วงตนใช่ไหม เธอเคือง “ฮึ…เป็นห่วงคุณ ฉันเป็นห่วงแมวดีกว่า”

“ผมรู้น่าว่าคุณปากแข็ง บอกมาเถอะว่าคุณห่วงผม”

เกวลินโวยว่าเขาสำคัญตัวผิดแล้วบอกให้ปล่อย เขากวนคิดว่าจะปล่อยไหม เธอใจสั่นถามจะทำอะไร เขายิ้มยั่วกระชับอ้อมกอดบอก “ไม่ทำอะไรหรอก แค่นอนกอดเฉยๆ”

เกวลินนอนตัวเกร็งลืมตา ไฟในห้องดับลง เธอโวยว่าเขาดับไฟหรือ ธรรณธรบอกว่าตนไม่รู้ แล้วหลับตาลงทั้งที่ปากยังยิ้ม

ooooooo

รุ่งเช้า ธรรณธรยังคงนอนกอดเกวลิน เขาตื่นขึ้นมามองหน้าเธอยิ้มๆ พลันภาพก็เปลี่ยนไป เกวลิน อยู่ในชุดสาวโบราณ เขามองเธออย่างรักใคร่แล้วก้มลงหอมแก้ม หญิงสาวรู้สึกตัวมองเขานิ่ง สักพักก็ผลักเขาออกแล้วลุกพรวดขึ้น เป็นเกวลินปัจจุบันโกรธจะกลับบ้าน

ธรรณธรดึงเธอลงนอนแล้วก้มมองนิ่ง เธอบอกว่าหมดธุระแล้วจะกลับ เขากวนว่าตนยังไม่หมด เธอถามมีอะไรอีก เขาบอกห้ามเธอลาออกและต้องกลับไปทำงาน เธอปฏิเสธ เขาถาม

“ไม่มีงานทำแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ผม”

“ฉันจะหาทุกทางจนกว่าจะใช้หนี้คุณหมด”

“ยังจะดื้ออีกนานไหม”

“ไม่ เอ๊ย! ดื้อสิ เอ๊ย…ฉันไม่ได้ดื้อ”

ธรรณธรหมั่นไส้ก้มหอมแก้มฟอดหนึ่ง เกวลินโวย เขาถามจะกลับไปทำงานไหม เธอตอบว่าไม่ เขาก็หอมแก้มเธออีกฟอด แล้วถามซ้ำ เธออึกอักไม่กล้าปฏิเสธ เขาหอมอีกหลายฟอดจนเธอต้องร้องว่าตกลงๆยอมทำแล้ว และให้เขาปล่อย เขาจึงยอมคลายอ้อมกอด เธอลุกขึ้นเช็ดแก้มตัวเองและบ่น “ที่ฉันยอมเพราะฉันจะได้หมดหนี้กับคุณเร็วๆ จะได้เลิกมีคุณเป็นเจ้าชีวิตฉันซะที…

คนเห็นแก่ตัว…คนอะไร ด่าแล้วยังยิ้มอยู่ได้”

ธรรณธรยิ้มๆบอกให้เธอรีบไปอาบน้ำแล้วไปทำงานพร้อมกัน เธอโวยว่าเขาเอาแต่ใจ เขาสวนจะให้อาบให้ไหม เธอร้องว่าเขาบ้าแล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างเร็ว ธรรณธรมองตามขำๆ

มาถึงบริษัท ธรรณธรเดินจูงมือเกวลินเข้ามา เธออายก้มหน้างุดๆ พนักงานมองซุบซิบอิจฉา เขาส่งเธอที่โต๊ะทำงานแล้วกระซิบ “ตั้งใจทำงานนะ เลขาที่รักของผม”

เกวลินกัดปากเขินและอาย พอธรรณธรเข้าห้องทำงานไป พนักงานสองคนปรี่เข้าซักไซ้ทำไมเจ้านายถึงเปลี่ยนไปอารมณ์ดีขึ้น แล้วถามว่าเขากระซิบอะไรด้วย เกวลินปัดไม่มีอะไรแล้วว่าเขาคุ้มดีคุ้มร้าย พวกโรคประสาท พนักงานทั้งสองเหวอที่เธอกล้าด่าเจ้านาย

ooooooo

เช้านี้ธัญญากับแชมเปญมาเยี่ยมทะนงที่ศาลแขวง ปลอบให้เขาอดทนรับโทษเพียงห้าปี ถ้าทำตัวดีก็จะได้ออกมาเร็วขึ้น ทะนงตาขวางไม่พอใจ ธัญญาเกรงอาการทางประสาทเขาจะกลับมา แชมเปญบอกว่าที่นี่มีหมอคอยดูแลไม่ต้องเป็นห่วง แค่เขาทานยาประจำก็ไม่น่าห่วง

แยกจากแม่ แชมเปญมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า เผอิญเจอกรณ์เธอรีบหลบหน้า กรณ์ตามมาอธิบายว่าเรื่องคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอดีใจมากและโล่งอก กรณ์จึงบอกว่าตนทำงานร้านกาแฟใกล้ห้างนี้ กลางคืนถึงไปร้องเพลง แชมเปญรู้สึกชื่นชมและรับปากว่าจะแวะไปที่ร้าน

อนิมาแอบเห็นกรณ์กับแชมเปญก็รู้สึกไม่พอใจ พอกรณ์เดินเข้าร้านเธอก็เหน็บว่าเขาเข้างานช้าเพราะมัวเอาเวลาไปล่อลวงผู้หญิง เขาติงว่าเธอคอยตามดูเขาทุกฝีก้าวเลยหรือ เธอโวยว่ามันบังเอิญ กรณ์จึงกวน “วันหลังถ้าเจอผมอยู่กับผู้หญิงอื่นอีก เข้ามาทักก็ได้นะ จะได้แนะนำให้รู้จักว่าบรรดาแฟนๆของผมมีใครกันบ้าง แล้วคุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย…”

“ฉันไปเป็นแฟนนายตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ทำเป็นลืม ก็เมื่อตอนที่ผม…จุ๊บๆ…” กรณ์ทำปากจุ๊บ

อนิมาแขยงเอาหมอนฟาดใส่แล้วเดินหนีอายๆ กรณ์ยิ้มทำท่ากวนอย่างชอบใจ…

เที่ยงนั้นธรรณธรพาเกวลินมาทานอาหารร้านหรู เธอติงไหนบอกจะมาประชุม เขาว่าถ้าบอกตามตรงเธอจะยอมมาหรือ เกวลินสวนใครว่าตนจะได้เลือกร้านแพงกว่านี้…ธรรณธรยิ้มๆถามถึงพ่อกับแม่เธอเป็นอย่างไรบ้าง ฝากบอกพวกท่านว่าตนว่างจะไปเยี่ยมที่สวน หญิงสาวโวยจะไปยุ่งกับพวกท่านทำไม เขาอ้างว่าคิดถึงแล้วถามอีกว่าเธอยังทำงานหน่วยอาสาอยู่ไหม เธอพยักหน้า เขาถามไม่เหนื่อยบ้างหรือ เธอบอกเขาว่างานช่วยเหลือคนทำไมต้องเหนื่อย

“น่าสนใจดี วันหลังให้ผมไปด้วยสิ”

เกวลินฟันธงว่าเขาทำไม่ได้ เขาถาม…ทำไม เธอสาธยาย “เพราะชีวิตคุณมันสุขสบาย กินอาหารดีๆ มีแต่คนคอยเอาใจ อยากได้อะไรก็ชี้นิ้วสั่ง คุณจะทนลำบากได้ยังไง”

ธรรณธรท้าให้คอยดูว่าตนทำได้ เกวลินยิ้มเยาะจะคอยดู

ooooooo

วันต่อมา เกวลินกำลังจะไปกับหน่วยอาสา ธรรณธรขับรถมาจอดหน้าบ้านแล้วขอร่วมไปด้วย ปู่ทำท่าไม่พอใจคอยกีดกันสารพัด ยุ้ยยิ้มแย้มดีใจ กรณ์ต้องคอยปรามปู่

วันนี้หน่วยอาสามาช่วยบูรณะโรงเรียนแถบชานเมือง ทุกคนช่วยกันขนเครื่องมือลงจากรถ ธรรณธรจะช่วยเกวลิน ปู่คอยกันท่า ธรรณธรร่วมทำงานทุกอย่างแม้กระทั่งล้างห้องน้ำซึ่งเกวลินไม่คิดว่าเขาจะยอมทำ แต่เขาก็ทำได้สะอาด จากนั้นทุกคนก็มาช่วยกันทาสีผนังอาคาร ปู่แกล้งให้ธรรณธรปีนขึ้นไปทาที่สูงๆ ยุ้ยคอยเป็นห่วง ธรรณธรทาสีไปเรื่อยๆ เกวลินทึ่งที่เขาสามารถทำทุกอย่างได้จริงๆ พลันบันไดโงนเงนเขาร้องเฮ้ย…

เกวลินตกใจวิ่งเข้าจะช่วยจับ เผอิญจิ้งจกตกใส่หน้าเขาพอดี เขาร้องจ๊าก…แล้วร่วงลงมาหัวโขกพื้น ทุกคนตกใจ เกวลินเข้าประคอง

“คุณ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

“โอย…ผู้ใดตีกบาลกระผมฤาขอรับ”

“เมฆ!” ทุกคนเรียกพร้อมกัน หลังจากธรรณธรกลายเป็นเมฆ เขาก็ทำงานหนักยกของได้ทีละมากๆทำให้ทุกคนสบายขึ้น ทำงานกันอย่างสนุกสนานเฮฮา…ครูใหญ่เดินเข้ามาพร้อมนักข่าวและตากล้องขอสัมภาษณ์การมาทำงานของจิตอาสา นักข่าวถามมีเรื่องอะไรแปลกๆเล่าบ้างเวลาออกมาทำงานแบบนี้

ต๋องนึกสนุกแทรกตอบ “เรื่องแปลกๆต้องนี่เลย คนระลึกชาติ ทีมอาสาของเรามีนักธุรกิจร่วมอยู่ด้วยคนนึง แต่ตอนนี้เขากำลังระลึกชาติ กลายเป็นคนโบราณ พูดภาษาโบราณ เราลงความเห็นกันว่าเขาน่าจะระลึกชาติได้”

นักข่าวสนใจถามเขาอยู่ไหนและตามไปถ่ายภาพ เมฆเงอะงะทำตัวไม่ถูก พอเขาถามวันเดือนปีเกิด เมฆก็ตอบว่า ข้างขึ้นเดือนสิบแปด ปีมะโรง ต๋องถามปี พ.ศ. เมฆงงไม่รู้จัก เกวลินเดินมาเห็นตกใจรีบเข้าไปดึงเมฆออกมาอย่างโกรธๆ ถามใครเป็นต้นเรื่องนี้ ต๋องจ๋อย…

เช้าวันใหม่ เกวลินมาถามจันทร์กับบัวลอยว่าธรรณธรตื่นมาเป็นอย่างไรบ้าง จันทร์เล่าว่าบ่นเจ็บหัว… ธรรณธรเดินเข้ามาบ่น “ไม่ได้เจ็บแค่หัวนะ ปวดไปทั้งตัวด้วย”

“บอกแล้วว่าคุณทำงานแบบนั้นไม่ได้หรอก คนไม่เคยใช้แรงก็แบบนี้แหละ แถมยังเจ็บตัวอีก สะใจไหมล่ะ”

ธรรณธรสวนว่าสะใจดี คราวหน้าจะไปอีก เกวลิน แปลกใจที่เขายังไม่เข็ด ไม่ทันไรบัวลอยหน้าตาตื่นเข้ามาบอกให้เขาดูข่าวในทีวี ธรรณธรงงรีบเปิดดู นักข่าวรายงาน

“บุคคลที่ถูกกล่าวถึงทราบตัวแล้วว่าคือ คุณธรรณธร นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มักจะเก็บตัวไม่ค่อยออกสังคม ประเด็นที่เป็นคนระลึกชาติได้ จากคำบอกเล่าของคนใกล้ตัว จะเป็นจริงรึเปล่า เราจะพยายามติดต่อคุณธรรณ คืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ฟังในช่วงต่อไป มาดูภาพกันอีกครั้งนะครับ…”

ธรรณธรช็อกรีโมตหล่นจากมือ หันไปมองหน้าเกวลินอย่างช้าๆ เธอส่ายหน้าปฏิเสธ…

 

________

source : TV3 Official

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ
Fanthai-media-