ละครสองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 ย้อนหลัง 21 ตุลาคม 2558

ละคร สองหัวใจนี้เพื่อเธอ  ตอนที่ 4

ทะนงตามมาจะฆ่าปิดปากธรรณธร แต่ตอนนั้นธรรณธรกลายเป็นเมฆแล้ว เมฆกับเกวลินขับรถหนีออกมาด้วยความเร็ว แม้จะหนีรอดมาได้ แต่ก็พากันหลงทาง แถมรถน้ำมันหมดไปไหนไม่ได้ ตกลงกันไว้ว่าจะรออยู่นี่นี่จนกว่าจะมีคนมาช่วย จนรุ่งเช้าเกวลินนอนซบไหล่เมฆบนรถ ธรรณธรตื่นมาจำเรื่องราวไม่ได้ ถามว่าเธอนอนซบไหล่เขาบนรถคันนี้เหรอ เกวลินตอบว่าใช่ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะว่าเธอซบไหล่เมฆไม่ใช่เขา ได้ยินแล้วธรรณธรรู้สึกหึงจนควันออกหู กนกไปเจอหนังสือของต้นตระกูลซึ่งแลดูเก่ามาก กรุณาเห็นแล้วถึงกับอึ้งเมื่อรูปของคุณชวดเหมือนเกวลินไม่มีผิด.

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4


สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 2

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 3

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 4

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 5

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 6

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 7

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 8

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 4 วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ช่วงที่ 9

10948801_410363105799869_924323577_n
ทะนงลำบากถึงขั้นต้องมาไถเงินหลานสาว แชมเปญโยนเงินให้ห้าพัน กำชับว่าให้เพียงครั้งเดียว ทะนงบอกว่าไม่มีบริษัทไหนรับตนเข้าทำงานเลย เธอสวนเป็นเพราะธรรณธรกระจายข่าวเรื่องเขายักยอกเงินบริษัทไปทั่ว ทะนงยิ่งแค้นใจ

กรณ์กลับบ้าน ตกใจกับสภาพข้าวของในบ้านเกลื่อนกลาด ร้องเรียกพ่อแม่กับน้องทั่วบ้าน กนกกับกรุณาโผล่ออกมาจากเต็นท์ในสวน กำลังเตรียมข้าวของใส่เต็นท์เพื่อให้เป็นที่ซ่อนตัวเกวลิน พอกรณ์รู้เรื่องทั้งหมดก็ตกใจจะแจ้งให้เกวลินระวังตัวแต่ทั้งสองขอไว้อย่าบอกเพราะรู้ว่าลูกสาวไม่กลัวใคร พวกตนอยากให้เธอไปหลบที่อื่นด้วยซ้ำ

ทั้งสามคนช่วยกันเก็บกวาดของที่เกลื่อนในบ้าน เสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้าน กนกกับกรุณาตกใจหาที่หลบกลัวจะเป็นพวกทวงหนี้อีก ปรากฏว่าเป็นธรรณธรกับเกวลินกลับมา ทั้งสามรีบซ่อนถุงขยะ ธรรณธรเข้ามาก็เอ่ยปากขอโทษที่ไม่ได้มาส่งเกวลินเมื่อคืน

“ไม่เป็นไร เอาไปน่ะดีแล้ว” กนกพลั้งปาก เกวลินแปลกใจที่พ่อไม่เป็นห่วงตนเลย แล้วแนะนำให้ธรรณธรรู้จักกับกรณ์ ทั้งสองทักทายตามมารยาท เกวลินขอตัวไปดื่มน้ำ กนกกับกรุณารีบดันให้ลูกขึ้นไปกินข้างบนอ้างจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า…พอคล้อยหลังเสียงถุงขยะที่กองสุมล้มลง ธรรณธรถามนั่นอะไร กนกกับกรุณาตัดสินใจเล่าเรื่องให้ฟัง แล้วฝากให้เขาช่วยดูแลเกวลินเวลาอยู่ที่ทำงานด้วย

“เกวลินยอมกลับไปทำงานแล้วครับ และไม่ต้องห่วงนะครับผมจะกำชับ รปภ.ให้เข้มงวดมากขึ้น ว่าแต่… คุณพ่อคุณแม่จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ล่ะครับ”

“ยังคิดไม่ตกเหมือนกัน ก็คงต้องขายบ้านขายสวนออกไป” กนกถอนใจ ธรรณธรเสียดายเสนอให้เอาเงินตนไปก่อน กรณ์ปัดไม่ต้องปัญหาบ้านตนตนจัดการเองได้ เรื่องนี้ทำให้กรณ์หงุดหงิดและร้อนใจมากจึงแวะมาหาปู่ที่บ้านกู้ภัยก่อนไปทำงาน บอกให้ไปช่วยดูแลที่บ้านให้ด้วย ช่วงนี้มีคนแปลกหน้ามาด้อมๆมองๆกลัวว่าจะทำอะไรเกวลิน ปู่รับปากแข็งขัน กรณ์ซึ้งใจ ปู่ดีใจที่กรณ์เห็นความจริงใจของตน วาดฝันว่าคงสมหวังกับเกวลินเสียที…แต่พอปู่จะรีบไปหาเกวลิน ก็มีงานด่วนเข้ามา ใหญ่จึงบังคับให้เขาไปช่วยชีวิตคนก่อน ปู่เสียดายโอกาสที่จะได้ไปดูแลเกวลิน

เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เกวลินลงมาถามธรรณธรว่าคุยอะไรกับพ่อแม่ตนทำไมถึงหน้าเครียด เขาโกหกว่ากนกคุยเรื่องเพลี้ยที่มาบุกสวนกล้วยไม้ กลัวพวกเธอจะโดนเพลี้ยเล่นงานไปด้วย เกวลินโวย “คนนะไม่ใช่พืชล้มลุก!”

ธรรณธรขำที่ทำให้เกวลินโกรธฟึดฟัดได้…กลับมาบ้าน อนิมารอถามว่าเกวลินยอมกลับมาทำงานใช่ไหม ธรรณธรไม่ตอบเธอก็ยิ้มล้อจนเขาต้องถามยิ้มอะไร เธอบอกว่าดีใจที่เห็นเขาสบายใจอารมณ์ดี

คืนนั้นธรรณธรนอนหลับ สะดุ้งตื่นนึกถึงคำบอกเล่าของกนกกับกรุณาเรื่องคนทวงหนี้ แล้วหยิบมือถือมาโทร.หาเกวลิน พอได้ยินเสียงเธอก็สบายใจวางสายแล้วนอนต่อได้…เกวลินบ่นว่าเขาชักประสาทขึ้นทุกวัน กรุณานั่งอยู่ข้างๆถามมีอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าหาว่าธรรณธรโทร.มากวนประสาทเท่านั้น กรุณาเอ่ยถามตอนอยู่ที่ทำงาน เขาเป็นคนอย่างไร

“แม่เคยเห็นหมาบ้าไหม เดาใจอะไรไม่ได้ จะกัดเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

“ลูกก็พูดเกินไป เท่าที่แม่เห็นเขาน่ารักเหมือนแมวมากกว่า”

เกวลินบอกว่าแมวมันมารยา กรุณาติงลูกสาวมองคนในแง่ร้าย เธอกลับสวนว่าแม่มองคนในแง่ดี แม่ไม่เจอเองว่าเขาเป็นคนใจร้ายอย่างกับปีศาจ กรุณาเตือนให้มองคนนานๆ บางสิ่งที่เขาทำกับเราอาจดูแปลกไปบ้าง แต่เราต้องดูให้ออกว่าเขาทำไปทำไม…เกวลินปัดไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว ว่าแล้วก็ส่งซองเงินเดือนให้ บอกว่าเป็นเงินเดือนเดือนแรก ตนให้แม่หมด แม่อึ้งปลื้มใจ

ส่วนกรณ์หน้าเครียดมาทำงาน เจอแชมเปญนั่งดื่มอยู่ก็รู้สึกดีใจเข้าไปคุยด้วย เธอระบายความอึดอัดในใจให้เขาฟัง เรื่องคนที่รักไม่สนใจแถมยังพาพนักงานสาวเข้าบ้าน แล้วถามความคิดเขาว่า “ถ้าแฟนคุณไม่สนใจคุณ ไปสนใจคนอื่น คุณจะทำยังไง”

กรณ์ตอบทันควันว่าเลิก แชมเปญมองหน้าก่อนจะบ่นถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดี เขาย้อนถามมันยากตรงไหน แชมเปญถอนใจเฮือก

“พ่อฉันอยากให้เราแต่งงานค่ะ เพราะกิจการของเราสองครอบครัวจะได้รวมเป็นบริษัทเดียวกัน บริษัทของเราก็จะใหญ่และมั่นคงขึ้น”

“ความรักหรือทำธุรกิจครับเนี่ย”

“ฉันยังแยกมันไม่ออกเลย รู้แต่ฉันต้องรักเขาเพื่อธุรกิจที่พ่อต้องการ…วันนี้ฉันคงเมาเร็วไปหน่อย ขอโทษนะคะที่พูดจาเลอะเทอะ”

กรณ์ยิ้มบอกว่าตนยินดีรับฟัง

 

เช้าวันใหม่ เกวลินกำลังทำงานเช็กสต๊อกอยู่ ธรรณธรทำทีเข้ามายืนมองทั่วๆไป สั่งงานหัวหน้า รปภ.ให้หาคนมาเพิ่มส่วนโกดังนี้ และห้ามคนนอกเข้ามาเด็ดขาด…พอกลับมาเข้าห้องประชุม เจอแชมเปญเหน็บว่าไม่เอาพยาบาลส่วนตัวติดมาด้วยหรือ

ธรรณธรไม่สนใจเดินไปนั่งประจำที่ แชมเปญหงุดหงิดต่อว่าเขาอย่าฉีกหน้าตนต่อหน้าคนอื่นได้ไหม ทักทายตนสักนิด เขาจึงย้อนถามว่านั่นเป็นคำทักทายของเธอหรือ เธอยิ่งเจ็บใจ

เช้านี้กรณ์ตั้งใจจะไปสัมภาษณ์งานใหม่ กนกเสียใจที่ทำให้ลูกต้องทำงานหนักขึ้น จึงถอดสร้อยพระให้ลูกคล้องคอ กรณ์ติงว่าตนไปสัมภาษณ์งานไม่ได้ไปออกรบ…พอกรณ์ขี่รถออกไป ก็มีรถมอเตอร์ไซค์อีกคันมาจอดด้อมๆมองๆหน้าบ้านแล้วขี่ไป กนกกับกรุณาหวั่นใจว่าเป็นพวกทวงหนี้มาสอดส่อง ยิ่งทำให้เป็นห่วงเกวลินมากขึ้น

อนิมาทำงานอยู่ในร้านกาแฟที่ลงทุนทำกับเพื่อนสนิท แพม…เอ่ยปากถามทำไมเธอไม่ถือหุ้นคนละครึ่ง ทำไมต้องให้ตนถือหุ้น 51 และตัวเธอถือหุ้นเพียง 49 อนิมาตอบว่าแพมจะได้รู้สึกว่าเป็นเจ้าของร้านและมีความรับผิดชอบมากกว่า

น้ำกาแฟไหลออกจากเครื่อง สองสาวตื่นเต้นเอาแก้วรองมาชิม แล้วทั้งสองก็ทำหน้าปลื้มปริ่มว่ามันอร่อย แสดงว่าทุกอย่างพร้อมเปิดร้านได้ อนิมาให้เปิดพรุ่งนี้ได้เลย แพมเห็นด้วยและบอกว่าตนนัดสัมภาษณ์ผู้จัดการร้านไว้บ่ายนี้ อนิมาจะอยู่ช่วยสัมภาษณ์

“ไม่ต้องหรอก ฉันสัมภาษณ์เองได้ แกไปทำธุระเถอะ”

อนิมารู้สึกว่าท่าทางเพื่อนมีพิรุธ จึงถามว่าหาคนจากเว็บไซต์หางานจะเชื่อถือได้หรือ แพมรับรองว่าเชื่อได้เพราะเขาลงประวัติละเอียดว่ามีประสบการณ์การทำงานด้วย อนิมาชักสงสัย พอดีเธอก้มลงค้นตู้หลังเคาน์เตอร์ แพมเดินไปหลังร้าน…กรณ์เดินเข้ามาส่งเสียง

“สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ”

อนิมาลุกขึ้น พอเห็นหน้ากรณ์ก็จำได้โวย “นาย! นายมาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ร้านฉันไม่ต้อนรับนาย”

“นี่ร้านคุณเองเหรอ ไม่น่าเสียเวลามาเลย มีเจ้าของร้านแบบนี้เห็นแววเจ๊งอยู่รำไร”

อนิมาโวยวายที่มาแช่งกัน แพมวิ่งออกมาจากหลังร้าน รีบปรามแล้วบอกอนิมาว่านี่คือคนที่ตนจะสัมภาษณ์งาน อนิมาไม่ยอม แพมจึงอ้างสิทธิ์ความเป็นผู้ถือหุ้นมากกว่า อนิมาเหวอ กรณ์ปฏิเสธไม่ขอรับงานนี้เพราะไม่อยากทะเลาะกับอนิมาอีก แพมตกใจร้องเรียกแต่กรณ์เดินไป
หลังประชุมเสร็จ ธรรณธรสั่งอรถ้าใครโทร.หาตน ให้รับเรื่องไว้ ตนจะออกไปทำธุระส่วนตัว และหลังเลิกงานให้จัดรถบริษัทไปส่งเกวลินที่บ้านด้วย อรรับคำพึมพำว่าเกวลินเป็นองค์หญิงจากต่างแดนหรืออย่างไร

ธรรณธรมาหากนกกับกรุณาที่บ้าน เพราะอยากช่วยเรื่องหนี้สิน ทั้งสองบอกว่าลูกๆช่วยเหลือเงินทองมาจนจ่ายดอกเดือนนี้ได้ แต่พวกมันยังมาวนเวียนหน้าบ้าน ธรรณธรยอมรับว่าเป็นห่วงเกวลินจึงมาขอให้เธอไปพักที่บ้าน สัญญาจะไม่ทำให้เธอเสื่อมเสีย ทั้งสองไว้ใจและคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด จึงฝากฝังเขาช่วยดูแลลูกสาวด้วย

เกวลินกลับมาถึงแปลกใจที่เห็นธรรณธรคุยอยู่กับพ่อแม่ กรุณาลุกไปเก็บเสื้อผ้าเกวลินใส่กระเป๋าบอกให้ไปอยู่บ้านธรรณธรสักพัก เกวลินตกใจถามเหตุผลแต่ทั้งพ่อและแม่ไม่บอก กลับขอร้องแกมบังคับให้ตนไป ถึงขนาดผลักให้ออกไปนอกรั้วและปิดประตูใส่

พอขึ้นรถ เกวลินจึงซักไซ้ธรรณธรว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เขาผลัดให้ถึงบ้านก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง เกวลินทั้งโกรธ เสียใจและหงุดหงิดใจ…

ส่วนกรุณาเข้าบ้านมากดโทรศัพท์หากรณ์ เล่าว่าพวกทวงหนี้มาวนเวียนหน้าบ้าน ตนจึงให้เกวลินไปพักอยู่บ้านเจ้านายสักพัก กรณ์ตกใจเป็นห่วงน้องถามจะต้องอยู่ถึงเมื่อไหร่ กรุณาตอบว่าจนกว่าจะใช้หนี้หมด กรณ์เครียดรีบกลับไปที่ร้านกาแฟของอนิมา

แพมกำลังร้องไห้ฟูมฟายเพราะเสียดายที่อุตส่าห์เจอว่ากรณ์หางานทางอินเตอร์เน็ต จึงหวังว่าจะได้ใกล้ชิดเขา ความฝันพังทลาย อนิมาโวย

“ที่เรามีร้านกาแฟก็เพราะหวังให้แกเลิกฟุ้งซ่านเรื่องผู้ชาย แต่แกกลับจะให้อีตานั่นมาเป็นผู้จัดการร้าน แกบ้าไปแล้วเหรอ”

แพมกลับฟูมฟายว่าจะบ้าเพราะไม่ได้เจอเขา ไม่ทันไรกรณ์กลับเข้ามาบอกว่าตกลงตนจะทำงานที่นี่ อนิมาร้องลั่นไม่ได้ แต่แพมยินดีต้อนรับ

 

พอเข้ามาในบ้าน เกวลินก็ถามธรรณธรทันทีว่าทำไมตนต้องมาอยู่บ้านเขา ธรรณธรทำไม่สนใจหันไปสั่งป้าจันทร์ให้ดูแลเกวลิน พาขึ้นไปพักห้องรับแขก ตนจะไปอาบน้ำแล้วจะลงมาคุยด้วย เกวลินหงุดหงิดบอกจันทร์ให้ช่วยเปิดประตูบ้านตนจะออก จันทร์ปฏิเสธขอให้รอธรรณธร
เกวลินนั่งร้องไห้ที่สนามหน้าบ้าน บัวลอยเอาน้ำส้มมาเสิร์ฟ เธอส่ายหน้าไม่เอา บัวลอยไปเปลี่ยนเป็นน้ำแดงมาให้ใหม่ ธรรณธรเดินออกมาถามเกวลินร้องไห้ทำไม

“คุณไปพูดอะไร พ่อแม่ฉันถึงไล่ส่งฉันออกมา เขาทำแบบนี้ได้ยังไง เขาไม่รักฉันเลยรึไง เขาขายฉันให้คุณใช่ไหม”

“เดาเรื่องเก่งนะคุณ…” ธรรณธรทั้งขำทั้งสงสาร

เกวลินบอกว่าตนรู้ที่บ้านกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ตนไม่ได้โง่ แต่ไม่คิดว่าถึงขั้นยอมขายตน พ่อกับแม่ยังเห็นตนเป็นลูกอยู่หรือเปล่า ธรรณธรหาว่าช่างจินตนาการสูงจริงๆ เกวลินสวน

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องอะไรได้ล่ะ…หรือเพราะฉันรู้เรื่องความลับของคุณใช่ไหม คุณกลัวความลับคุณจะเปิดเผย…ไม่งั้นคุณก็ซื้อฉันมาเพราะต้องการให้ฉันเป็นเมียเก็บคุณ”

ธรรณธรถอนใจเอ็ดอย่าคิดอะไรเลอะเทอะ เกวลินโอดโอยให้บอกมาว่าเรื่องอะไร เขากลับเดินหนีเข้าบ้าน เกวลินตามมาดึงเสื้อเขาไว้จนเขาเกือบล้ม จะต้องคุยให้รู้เรื่องก่อน ธรรณธรกระชากกลับอย่างแรงทำให้เกวลินถลาชนเขาล้มไปทั้งคู่ เธอรีบยันตัวลุกขึ้น ธรรณธรหันมอง
“กระผมขอโทษครับคุณแก้ว” ท่าทางเขาเปลี่ยนเป็นเจียมตัวแบบเมฆ

เกวลินเหวอเสียดายยังไม่รู้เรื่องเลยธรรณธรก็มากลายเป็นเมฆเสียแล้ว จึงติงว่าเขาแกล้งบ้าหรือเปล่า เมฆทำหน้าไม่เข้าใจ เกวลินตวาดให้เมฆกลับไปก่อนตนอยากคุยกับธรรณธร เมฆทำหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้เกวลินอารมณ์เสีย จึงถามว่าโกรธอะไรตน เธอต่อว่าเขามาผิดเวลา
“ไม่ว่าคุณแก้วจะโกรธเกลียดกระผมอย่างไร กระผมก็จะซื่อสัตย์และรักคุณแก้วตลอดไป”

“เอาล่ะพอแล้ว อย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันแค่อยากคุยกับคุณธรรณ ฉันไม่น่าอารมณ์เสียใส่นายเลย” ระหว่างนั้นเห็นเมฆสะบัดหัวเหมือนตามัว “เมฆเป็นอะไร! ฉันขอโทษที่ว่าแรงไป”

เกวลินเขย่าตัวเมฆ เขาหันมองแล้วผลักเธอออก “นี่คุณจะทำอะไรผม!”

เกวลินงงถามนี่ใคร…เขาย้อนถาม คิดว่าตนเป็นใคร เกวลินร้องลั่น “โอ๊ย…ต่อไปฉันต้องเพี้ยนกว่านายแน่ๆ ฉันกลับไปคุยกับพ่อแม่ฉันดีกว่า”

และแล้วธรรณธรก็ให้จันทร์กับบัวลอยจัดที่นอนเกวลินไว้ในห้องนอนของเขา เกวลินหน้ามุ่ยบ่น บ้านออกใหญ่โตทำไมต้องให้มานอนห้องเดียวกัน ธรรณธรตอบว่ากลัวเธอหนีกลับ เธอย้อนถามอยู่ห้องนี้แล้วตนจะหนีไม่ได้หรือ ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ขู่จะนอนดีๆหรือจะต้องให้ใช้กำลัง หญิงสาวถอยห่างตั้งท่ายูโด บอกในใบสมัครตนกรอกไว้แล้วว่าความสามารถพิเศษคือยูโด เกวลินทำท่าเตะส่งเสียง…ย่า…ย่า…ธรรณธรทำทีเดินผ่านแล้วรวบตัวเธอกดลงเตียงอย่างรวดเร็วเกทับว่า “แล้วความสามารถพิเศษของผมก็คือ…เทควันโด”

เกวลินร้องลั่นจะทำอะไร ธรรณธรยิ้มกวนถ้าไม่อยากให้ทำอะไรก็นอนดีๆ เขาปล่อยเธอลุกเดินออก

เกวลินลุกยืนเขาหันมาหน้าประชิดขู่ให้นอนเสีย เธอรีบโดดขึ้นเตียงแกล้งนอนขวางกลางเตียงด้วยความเจ็บใจ ธรรณธรแอบขำ

 

เช้าวันใหม่ อนิมารีบเปิดประตูเข้ามาในห้องธรรณธรด้วยความอยากรู้ว่าพี่ชายยังอยู่หรือเปล่า แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเกวลินนอนอยู่บนเตียง ตัวเขาแต่งตัวอยู่ในห้องแต่งตัวก็เข้าไปถาม

“พี่ธรรณถึงขั้นให้นอนเตียงเดียวกันเลยเหรอคะ พี่ธรรณชอบเขาป่าวเนี่ย…แต่นิว่านิก็ชอบนะคะ ไม่รู้ทำไมถูกชะตาจัง”

ธรรณธรแต่งตัวเสร็จเดินมาหยิบหมอนเขี่ย เกวลินที่นอนคว่ำหน้าอยู่ เธอเงยหน้าถามมีอะไร เขาบอกมีประชุมเช้าให้เธอรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เธอบ่นต้องไปทำงานเลยหรือ

“ไปค่ะเกว ไปอาบน้ำห้องนิก็ได้” อนิมาช่วยปลุก

ธรรณธรจึงบอกให้หาชุดให้เกวลินด้วย เกวลินสวนชุดตนมีทำไมต้องหาให้ เขาติงไม่เถียงบ้างได้ไหมเธอโวย “ฉันไม่ได้เถียง ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งคุณทุกเรื่อง คุณเป็นนายจ้างฉันนะ ไม่ได้เป็นเจ้าชีวิต” อนิมาลากเกวลินออกไป แต่เธอยังส่งเสียงเย้วๆ

บัวลอยจัดโต๊ะอาหารอยู่กับจันทร์ อดถามไม่ได้ว่าเกวลินมาอยู่ในฐานะอะไร จันทร์เอ็ดไม่ต้องถามสักเรื่องได้ไหม และให้เรียกเกวลินว่าคุณเกวก็พอ…ธรรณธรเดินถือหนังสือพิมพ์เข้ามาสั่งจันทร์ต่อไปจัดอาหารสามที่ทุกมื้อ บัวลอยโพล่งถามว่าเกวลินจะอยู่ตลอดไปหรือ จันทร์ฟาดหัวปรามแล้วลากตัวออกไป ธรรณธรพึมพำ “ก็ไม่แน่…”

สักพักอนิมาพาเกวลินลงมาในชุดสวยหวาน ทำเอาธรรณธรตาค้าง แต่พอเห็นเธอเดินเก้กังก็บอกพอดูได้ เกวลินขอนุ่งกางเกงยีนส์เสื้อยืดเหมือนเดิม แต่เขาไม่ให้ บอกว่าวันนี้เธอต้องไปทำหน้าที่เลขาแทน

อร เพราะเธอลาพัก เกวลินโอดโอยแค่อ่านหนังสือยังตะกุกตะกัก จะให้เป็นเลขาได้อย่างไร ธรรณธรข่ม “คุณเป็นพนักงานบริษัทผมแล้ว สั่งอะไรก็ต้องทำได้หมด”

เกวลินบอกว่านี่มันนอกเหนือหน้าที่ตน ธรรณธรว่ามันไม่ได้ยากอะไรเลย แค่เข้าประชุมพร้อมตนแล้วคอยจดว่าใครพูดอะไรบ้าง อนิมาเสริมว่าไม่ยาก ลองทำดูเผื่อจะย้ายมาทำประจำ งานเบากว่าเช็กสต๊อก เกวลินเบ้หน้าไม่อยากทำ ไม่ทันไรจันทร์เข้ามารายงานว่าช่างเอากล้องวงจรปิดมาส่ง ธรรณธรสั่งให้ไปบอกว่าติดตามจุดที่เคยบอกไว้ อนิมาแปลกใจถามบ้านเรามีขโมยหรือ ธรรณธรปัดว่าอยากดูอย่างอื่น เขาไม่อยากเล่าอะไรให้น้องใจเสีย

เกวลินเดินพลิกไปพลิกมาเพราะยังไม่ชินกับรองเท้าส้นสูง พอถึงห้องทำงาน ธรรณธรเตรียมตัวจะเข้าประชุม เกวลินขอสมุดดินสอเพื่อไว้ใช้จด เขากลับส่งแมคบุ๊กให้ บอกบริษัทตนใหญ่โตจะมาให้เลขาใช้สมุดดินสอได้อย่างไร อายเขาตาย เกวลินสวนว่าใช้ไม่เป็นไม่อายกว่าหรือ ธรรณธรขยับเข้ามาสอนกดปุ่มเปิดปิด แล้วให้หัดพิมพ์ไป

ยิ่งพอเข้ามาในห้องประชุม เกวลินยิ่งประหม่ากับความโอ่โถง ธรรณธรให้เธอนั่งข้างๆตรงหัวโต๊ะ เธอขอไปนั่งจดหลังห้อง เขาเอ็ดใส่ว่าแล้วเวลาที่จะสั่งงาน ต้องตะโกนข้ามหัวคนอื่นไปหรืออย่างไร เกวลินจ๋อยเดินกลับมาหัวโต๊ะ

ผู้บริหารสามสี่คนเดินเข้ามาพร้อมแชมเปญ พอเธอเห็นหน้าเกวลินก็เอ่ยปากไล่ ธรรณธรรีบบอกว่านี่คือเลขาคนใหม่ของตน แชมเปญหน้าเสียไม่พอใจ…

เช้าวันเดียวกัน แพมโทร.ตามกรณ์ให้เข้ามาเรียนรู้การใช้เครื่องชงกาแฟก่อนร้านจะเปิด เขารับคำ แพมดีใจมาก…เวลาผ่านไป อนิมานั่งอ่านนิตยสารรออย่างหงุดหงิดอยู่ที่ร้าน โทร.ถามแพมทำไมยังไม่มา แล้วต้องโวย “แต่งตัว! แกจะแต่งตัวไปให้ใครดูแค่มาสอนพนักงานชงกาแฟ”

พอเห็นกรณ์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็บอกแพมให้รีบมา ตนไม่อยากอยู่กับเขาสองคน กรณ์รีบขอโทษที่ มาสาย แต่พอรู้ว่าแพมยังไม่มาก็โล่งอก อนิมาจึงโวยต้องมาให้ตรงเวลา แล้วถามเขาชงกาแฟเป็นไหม เขาตอบว่าไม่เป็น เป็นแต่ชงเหล้า

“แล้วทำไมไม่ไปสมัครงานร้านเหล้า มาสมัครงานร้านกาแฟทำไม”

“ก็ร้านเหล้ามันมีแต่เปิดกลางคืน ผมต้องการหางานกลางวันทำ”

“จะล่าเหยื่อทั้งกลางวันกลางคืนว่างั้น”

กรณ์สะกดอารมณ์กดโทรศัพท์หาแพม “ผมถึงแล้วนะครับ ผมอยากเจอคุณจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ผมรู้สึกหวาดผวายังไงไม่รู้ มาเร็วๆนะครับ”

อนิมาได้ยินแล้วเจ็บใจที่ถูกหลอกด่า…พอเวลาผ่านไปอีกสักพัก แพมโทร.เข้ามาบอกว่าให้อนิมาช่วยสอนกรณ์ใช้เครื่องชงกาแฟ เพราะตนขาพลิกตอนนี้อยู่โรงพยาบาล อนิมาเซ็งสุดๆ บอกกรณ์ว่าวันนี้ตนจะเป็นคนสอนเขา กรณ์ติงจะได้เรื่องหรือ อนิมาโวยว่าตนเป็นเจ้าของร้านต้องทำได้อยู่แล้ว อนิมาเริ่มต้นด้วยการเปิดสวิตช์แต่เครื่องกลับไม่ติด เธองงเปิดปิดอยู่หลายรอบ จนกรณ์ก้มหยิบปลั๊กโชว์ว่าไม่ได้เสียบ เธอเอ็ดให้เสียบจะถือไว้ทำไม กรณ์ถอนใจเซ็งๆ

 

ในห้องประชุม ทุกคนถกปัญหากันอย่างจริงจัง เกวลินมึนตั้งใจฟังแต่จดไม่ทัน จนหูดับมองปากแต่ละคนขยับแต่ไม่ได้ยินเสียง ธรรณธรชำเลืองมองหน้าจอเห็นเธอพิมพ์เว้นเป็นคำๆแบบพิมพ์ไม่ทัน แชมเปญสังเกตเห็นคิดแกล้งถามเกวลินว่าอัตราส่วนสินค้าที่ขาย แยกตามประเภทของไตรมาสที่แล้วเป็นอย่างไรบ้าง เกวลินอึ้ง ธรรณธรจึงตอบแทนอย่างคล่องแคล่ว แล้วย้อนถามแชมเปญว่าถามทำไม เธอหน้าชาที่เขารู้ทัน เกวลินถอนใจโล่งอกเหมือนธรรณธรช่วยชีวิตไว้

เวลาผ่านไป เกวลินเบื่อมากที่ยังประชุมกันไม่เสร็จ ถอดรองเท้าห้อยไว้ที่ปลายนิ้วแกว่งเล่น เผอิญรองเท้ากระเด็น เธอพยายามใช้เท้าเขี่ยหาโดยท่อนบนนั่งนิ่ง ธรรณธรเห็นเกิดความรำคาญจึงทำทีเป็นปากกาหล่นแล้วก้มเก็บ หยิบรองเท้าสวมให้ แชมเปญสงสัยว่าเขาทำอะไร

เมื่อประชุมเสร็จทุกคนเดินออก เกวลินขอบคุณธรรณธรที่ช่วยเก็บรองเท้าให้ อ้างว่ามันหลวม ธรรณธรไม่ตอบโต้กลับโทร.เรียกอนิมาให้มาหา แล้วบอกให้เกวลินตามเขาไป ธรรณธรเดินเร็วจนเกวลินตามไม่ทันเพราะยังไม่ถนัดรองเท้าส้นสูง เขาสั่งพนักงานคนหนึ่งว่าตนจะไม่กลับเข้ามา มีอะไรให้โทร.หาตนได้เลย แชมเปญวิ่งตามมาหวังจะสะกดรอย

ธรรณธรพาเกวลินมาห้างสรรพสินค้า ตรงไปยังแผนกเครื่องแต่งกายสตรี อนิมากำลังเลือกรองเท้าไว้ให้เกวลินมาลอง แล้วยังพาไปเลือกเสื้อผ้าอีกหลายชุด เกวลินท้วงไหนว่ามาทำงานเลขาชั่วคราวแล้วจะซื้อเสื้อผ้าทำไม เขาอ้างเผื่อเลขาจะลาพักหรือลาออกไปเธอจะได้ทำแทน เกวลินโวยวันเดียวตนก็เข็ดแล้วให้หาคนอื่นทำแทน ธรรณธรสวนจะให้เธอทำ

แชมเปญตามมาต่อว่าธรรณธร “ว่างถึงขนาดพาเลขามาช็อปปิ้งได้ ก็คงจะว่างพอไปทานข้าวกับแชมเปญแล้วใช่ไหมคะ…คุณพ่อท่านอยากรู้เรื่องคอลเลกชั่นใหม่ค่ะ คุณช่วยไปอธิบายให้ท่านฟังที”

ธรรณธรแย้งไม่ได้ จะหาข้ออ้างแชมเปญก็ดักคอว่ามาเลือกเสื้อผ้าให้เลขาสำคัญกว่าคุยงานกับหุ้นส่วนบริษัทหรือ อนิมาจึงให้เขาไปกับแชมเปญ ตนจะดูแลเกวลินเอง เขาจำต้องยอม

เมื่อธรรณธรอยู่ต่อหน้าพลเทพกับธัญญา คุยเรื่องเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชั่นใหม่ของบริษัท จู่ๆพลเทพก็ส่งบัตรกำนัลที่พักรีสอร์ตกลางหุบเขาที่เยอรมันให้ บอกว่าอากาศกำลังดี แชมเปญตื่นเต้นบอกธรรณธรว่าตนไม่ได้ไปยุโรปนานแล้ว ธรรณธรโพล่งขึ้นว่าตนอยากจัดการเรื่องคอลเลกชั่นใหม่กับเรื่องยักยอกเงินบริษัทให้เสร็จก่อน ถ้าไปเที่ยวทั้งที่งานค้างคา ตนเที่ยวไม่สนุก ธัญญาช่วยพูดว่าฝากงานคนอื่นทำแทนไม่ได้หรือ ได้ข่าวว่ามีเลขาคนใหม่

“ไม่ใช่เลขาใหม่หรอกครับ แค่มาทำชั่วคราว เอาจริงๆนะครับ เรื่องงานผมไม่ไว้ใจใครแล้วครับ ยิ่งโดนนายทะนงโกง ผมยิ่งระแวงใหญ่” ธรรณธรมองแชมเปญเคืองๆ ธัญญาสะอึก

พลเทพแทรก “แล้วบ้านเก่าริมน้ำที่ธรรณซื้อไว้ จะเอามาทำคอนโดกับผมไหม”

“บ้านหลังนั้น ผมตั้งใจจะเก็บไว้ ไม่ได้คิดจะพัฒนาครับ” ธรรณธรคิดอะไรขึ้นมาได้

ด้านเกวลินคันปากยิบๆถามอนิมาว่าธรรณธรกับแชมเปญเป็นแฟนกันหรือ อนิมาบอกไม่ค่อยแน่ใจ มันซับซ้อนมากกว่านั้น เกวลินเปลี่ยนมาอ้อนวอนขอร้องอนิมาให้พาตนกลับไปหาพ่อกับแม่ ถ้าไม่พาไปตนจะหนีไปเอง อนิมาต้องวิ่งตามและยอมแพ้

พลเทพกำลังจี้ให้ธรรณธรนัดวันที่จะไปเที่ยวเยอรมัน เขาอึกอักก็พอดีอนิมาโทร.เข้ามาบอกว่าพา

เกวลินมาบ้านพ่อแม่ เขาจึงย้ำให้เฝ้าดีๆจะรีบตามไป แล้วเขาก็ไหว้ลาพลเทพกับธัญญา เดินออกไป ทำให้พลเทพไม่พอใจอย่างมาก…รถธรรณธรแล่นไปมีมอเตอร์ไซค์ชายชุดดำขี่ตาม

 

เกวลินกลับมาถึงบ้านร้องเรียกพ่อแม่แต่ไม่มีใครออกมา อนิมามองไปทั่วบ้านเห็นรูปเกวลินถ่ายคู่กับกรณ์ก็ชะงัก รีบถาม “เกวรู้จักกับผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอ รู้ไหมมันคือไอ้บ้าโรคจิต มันมาหลอกหักอกเพื่อนนิ หลอกฟันผู้หญิงเป็นว่าเล่น นี่เกวเป็นแฟนกับตานี่เหรอโอย ซวยจริง”

เกวลินจะปฏิเสธแต่อนิมาพล่ามไม่หยุดว่าผู้ชายดีๆมีตั้งเยอะ ถึงหน้าตาเขาจะดีแต่ไม่คุ้มเลยที่จะต้องตกนรกไปตลอดชีวิต ขอร้องให้เธอเลิกคบเพราะผู้ชายคนนี้เป็นเสือผู้หญิง

“คุณนิ! เกวเลิกคบไม่ได้หรอก เพราะเขาเป็นพี่ชายเกว”

อนิมาตกใจหันมองไปรอบถามตอนนี้เขาอยู่ไหน เกวลินคิดว่าน่าจะนอนอยู่ อนิมารีบลงจากบ้าน ขอตัวกลับก่อนแล้วจะให้ธรรณธรมารับ เกวลินรีบถามมีเรื่องอะไรกับพี่ชายตน อนิมาปัดช่างมันแล้วรีบเดินออกจากบ้าน กรณ์สวนเข้ามาพอดี ต่างคนต่างตกใจกัน

“เฮ้ย! นี่คุณขึ้นไปทำอะไรบนบ้านผม เป็นนายจ้างผมไม่ได้หมายความว่าจะมายุ่งจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว ผมได้นะ”

อนิมาถอยกรูดไล่ให้เขาไปห่างๆ กรณ์ยิ่งโวยเสียงดัง อนิมาจึงร้องให้เกวลินออกมาช่วย เกวลินวิ่งออกมาห้าม กรณ์งงยังไม่ได้ทำอะไรเลย…ไม่นานกนกกับกรุณาถือถุงอาหารกลับเข้ามา พอเห็นหน้าเกวลินก็ตกใจ เธอต่อว่าไล่ตนทำไม ทั้งสองไม่รู้จะตอบอย่างไร ชวนทุกคนกินข้าว อนิมาขอตัวกลับ รถธรรณธรแล่นมาจอด เขาลงจากรถหันมองเพราะรู้สึกว่ามีมอเตอร์ไซค์ตาม

ทุกคนนั่งคุยกันอยู่ในบ้าน ต่างแปลกใจที่โลกกลม ธรรณธรเป็นเจ้านายเกวลิน ส่วนอนิมาก็เป็นเจ้านายกรณ์ กรุณาขอบใจที่รับลูกตนเข้าทำงาน อนิมาแย้ง “นิไม่ได้เป็นคนรับหรอกค่ะ เพื่อนของนิเป็นคนรับ เขาหลงเสน่ห์กรณ์ก็เลยเผลอใจรับเข้ามาค่ะ”

กนกหันมาถามลูกชายจริงหรือ ลูกไม่ได้งานเพราะความสามารถหรือ กรณ์รีบบอกว่าไม่จริง อนิมาพูดเล่น ธรรณธรเดินเข้ามายกมือไหว้และบอกว่าตนมารับเกวลินกลับ เธอโวยไม่ยอมไป ทำไมพ่อแม่ถึงยกตนให้ใครง่ายๆ กรุณาพยายามปลอบว่าไม่ใช่อย่างนั้น แต่ก็บอกเหตุผลไม่ได้ กนกช่วยพูดว่ายังไม่ถึงเวลา อะไรคลี่คลายเมื่อไหร่ตนจะเล่าให้ฟัง

“ทุกคนพูดแต่ประโยคนี้ แล้วพ่อแม่ไม่คิดบ้างเหรอคะว่าระหว่างนี้เกวจะรู้สึกยังไง เกวเหมือนเป็นสิ่งของที่พ่อแม่จะยกให้ใครเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าเกวจะอยากไปหรือไม่อยากไป ยังเห็นเกวเป็นลูกอยู่รึเปล่า…ในเมื่อพ่อแม่ไม่อยากให้เกวอยู่บ้านนี้ เกวก็ขอเลือกที่อยู่เอง เกวจะไปอยู่บ้านพวกพี่ใหญ่” ว่าแล้วเกวลินก็วิ่งหนีออกไป ทุกคนตกใจวิ่งตาม

ธรรณธรตะครุบตัวเกวลินทัน กรณ์ตามมากระชากเขาออกโวยให้ปล่อยน้องสาวตน แล้วดึงเธอมาอธิบาย “เกวฟังพี่นะ ที่ทุกคนทำไปเพราะหวังดีกับเกว แต่ที่ยังเล่าไม่ได้เพราะมันยังไม่ถึงเวลา อดทนอีกนิดนะเกว รอให้มันผ่านพ้นไปก่อน แล้วเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”

เกวลินถามย้ำว่าจริงหรือที่ตนจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน กรณ์รับรองว่าไม่เคยโกหก แล้วขอคุยกับธรรณธรส่วนตัว เมื่อทั้งสองเดินพ้นทุกคนออกมา กรณ์ก็กล่าว

“คุณธรรณ คุณรู้รึเปล่าว่าผมเคยฉุดน้องสาวคุณมาจูบปากตั้งสองครั้ง”

“อะไรนะ!”

“น้องสาวคุณไปเที่ยวผับที่ผมทำงานอยู่ เราทะเลาะกัน ผมหมั่นไส้ก็เลยดึงมาจูบสั่งสอน แล้วคราวหน้าผมว่าจะปล้ำเธอด้วย ท่าทางเธอเซ็กซี่ดี”

ธรรณธรชกเปรี้ยงเข้าที่หน้ากรณ์ เขาหันมาถามว่าโกรธใช่ไหมพอรู้ว่าน้องสาวถูกทำร้าย ตนก็มีน้องสาวคนเดียวเหมือนกัน ถ้าเมื่อไหร่ตนรู้ว่าเธอถูกเขาทำร้าย ขอให้รู้ไว้ว่าตนก็จะโกรธเหมือนเขา แต่จะไม่ชกแค่ครั้งเดียว ธรรณธรทึ่งในตัวกรณ์

สองหนุ่มเดินกลับมา กรุณาแปลกใจที่ปากลูกมีรอยช้ำ กรณ์ปัดไม่มีอะไรให้ธรรณธรพาเกวลินกลับไปได้ เธอกอดลาพ่อและแม่ ธรรณธรถามหาอนิมา กนกบอกว่ากลับไปแล้วบอกจะไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล

เมื่อออกมาหน้าบ้าน เกวลินถามธรรณธรคุยอะไรกับกรณ์ เขาตอบว่าคุยกันตามประสาพี่ชายที่มีน้องสาว และชมว่าเธอโชคดีที่มีพี่ชายอย่างกรณ์ ไม่ทันไรชายชุดดำลากไม้เข้ามาหวดใส่ ธรรณธรเห็นใช้พลังจิตตวัดตัวเกวลินกระเด็นหลบไปอย่างแรง ชายชุดดำจึงหวดใส่อีกที เขาใช้แขนรับแล้วล้มลง เงยหน้ามาสายตาเปลี่ยนเป็นเมฆลุกขึ้นต่อสู้ คนร้ายสู้แรงเมฆไม่ได้ วิ่งหนีขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ไป เมฆหันมาเรียก “คุณแก้ว…”

เกวลินตกใจที่ธรรณธรกลายเป็นเมฆไปได้ สักครู่เขาสะบัดหน้างงๆ เกวลินรีบถามเป็นใครกันแน่ เมฆหรือธรรณธร เสียงเขาตอบเครียดๆ “ฉันเอง…เป็นอะไรมากไหมเกวลิน”

“ไม่เป็น คุณนั่นแหละที่โดนฟาด”

ธรรณธรถามคนร้ายไปไหนแล้ว เกวลินตอบว่ามันหนีไปแล้ว เขาประคองเธอเดินเพราะเธอเจ็บเข่าและถามว่ามันทำร้ายเธอหรือ หญิงสาวค้อนขวับ “ก็คุณน่ะแหละผลักฉัน…”

 

กลับถึงบ้าน ธรรณธรโทร.เล่าให้กรุณากับกนกฟัง ทุกคนคิดว่าต้องเป็นพวกทวงหนี้ แล้วเขามาบอกเกวลินว่าโทร.บอกพ่อแม่เธอให้แจ้งความไว้ ช่วงนี้พวกฉกชิงวิ่งราวเยอะ เกวลินมองแผลที่แขนธรรณธรอย่างแปลกใจ เพราะมันเป็นแผลตำแหน่งเดียวกับที่ตนเจอเขาครั้งแรก

เช้าวันใหม่ ธรรณธรบอกเกวลินให้ไปทำงานเอง ตนมีธุระ เธออึ้งไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อนิมาจึงบอกว่าจะไปอยู่ด้วย เกวลินมองธรรณธรอย่างสงสัยว่าเขาเป็นอะไร

ธรรณธรมาหากนกกับกรุณา เห็นกำลังปิดบ้านหอบกระเป๋าเสื้อผ้ากันออกมา บอกว่าจะไปหาห้องเช่าอยู่พลางๆก่อน ธรรณธรจึงเสนอบ้านของตน ทั้งสองเกรงใจไม่อยากรบกวนอีก เขาบอกว่าบ้านหลังนี้ตนซื้อไว้เฉยๆไม่มีใครอยู่ ทั้งสองมองหน้ากรณ์ถามความเห็น

ธรรณธรพามาที่บ้านริมน้ำที่ซื้อไว้ เล่าว่า “เมื่อสองปีก่อนผมพาลูกค้าต่างประเทศนั่งเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วผมก็บังเอิญเห็นบ้านหลังนี้เข้า วันรุ่งขึ้นผมก็มาติดต่อเจ้าของบ้านเพื่อซื้อต่อ บังเอิญเจ้าของบ้านกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศพอดี ก็เลยยอมขายให้ผม”

กนกลูบเสาบ้านน้ำตาคลอ กรุณาก็น้ำตาปริ่มถามทำไมถึงอยากได้บ้านหลังนี้ ธรรณธรเองก็แปลกใจตอบตัวเองไม่ได้จนทุกวันนี้ กรุณาไม่อยากเชื่อ กนกเอ่ยปากว่า

“มันคือบ้านเก่าของเรา…ผมจะให้ดูอะไร” กนกเดินไปมุมลับหยิบกล่องเล็กๆออกมาเปิด ในนั้นมีรูปถ่ายเมื่อ 20 ปีก่อน เป็นรูปตนกับกรุณาสมัยหนุ่มสาว อุ้มเกวลินและจูงกรณ์วัยเตาะแตะ “นี่เป็นรูปสุดท้ายที่พวกเราถ่ายกับบ้านหลังนี้ ก่อนที่จะย้ายไปสระบุรี”

กรณ์มองเหมือนจำได้คลับคล้ายคลับคลา ทุกคนขนลุก ธรรณธรเองก็ประหลาดใจมาก…เวลาผ่านไป เกวลินโทร.หากรุณาจึงได้รู้ว่าทุกคนย้ายไปอยู่บ้านริมน้ำ ในขณะที่ธรรณธรไปหากฤตเพื่อเล่าเรื่องประหลาดนี้ให้ฟัง ทุกอย่างมันเกี่ยวพันกับเกวลิน กฤตยังคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ

เกวลินให้อนิมาพามาที่บ้านริมน้ำ สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันด้วยความตื้นตันที่ได้กลับมาอยู่บ้านเก่า บ้านที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูล ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ธรรณธรซื้อไว้ ทำให้พวกเราได้เห็นมันอีกครั้ง กรุณาพาไปดูห้องที่เคยนอนกันสี่คน กนกดีใจที่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

กรณ์ยกแก้วน้ำมาวางให้อนิมา เธอเย้ยว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณ เขาแย้งว่าไม่ใช่เธอแต่เป็นพี่ชายเธอ อนิมาว่ามันก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาต้องวางตัวดีๆกับตน แล้วแกล้งบ่นว่าร้อน กรณ์ไปเปิดพัดลมให้ เธอบ่นเมื่อยขาแล้วยกขาพาดจะให้นวด กรณ์ติงว่าเกินไปไหม พอดีกรุณากับกนกเดินออกมา อนิมารีบเอาขาลงยกมือไหว้ ทั้งสองยิ้มขำๆ…

ด้านธรรณธรนั่งอยู่ในห้องรับแขกท่าทางอารมณ์ดี จนจันทร์กล้าคุยเล่นด้วย เสียงอนิมาดังมาว่าเอาเกวลิน มาส่งแล้ว ตนจะออกไปร้าน เกวลินเจอหน้าธรรณธรก็เหน็บ

“ชาติที่แล้วฉันคงทรมานคุณไว้มาก ชาตินี้ครอบครัวฉันถึงต้องมาเป็นหนี้กรรมกับคุณ”

“รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว รินน้ำให้หน่อย” ป้าจันทร์จะรินให้ธรรณธรห้าม “ไม่ต้องป้า ให้เขาฝึกไว้บ้าง จะได้เป็นลูกผู้หญิงขึ้น”

เกวลินค้อนแต่ก็รินน้ำวางให้ ถามร้อนไหม เขาพยักหน้า เธอเร่งรีโมตแอร์ให้แรงขึ้นแล้วดักคออย่าบอกว่าเมื่อยขานะ เขาถามรู้ได้อย่างไรอยากนวดให้หรือ จึงยื่นขาออกไป เกวลินนั่งลงทำท่าจะนวด เขาดึงขากลับรู้สึกมีอะไรแปลกๆ ถามจะเอาอะไร เธอขอไปอยู่กับพ่อแม่

“ผมไม่เมื่อยแล้ว และผมก็ไม่อนุญาตด้วย”

เกวลินเคืองลุกขึ้นหยิบแก้วน้ำมาดื่มเองหมดแก้ว กดรีโมตปิดแอร์ สะบัดหน้าออกไป

 

ในผับ กรณ์ร้องเพลงจบวางไมค์เดินลงจากเวที เห็นแชมเปญนั่งดื่มบ่นไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากถูกกดดัน ขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้ กรณ์ตกใจย้อนถามแน่ใจหรือ

ในขณะที่ธรรณธรกำลังเดินลู่วิ่งไปคิดถึงคำสรุปของกฤตที่บอกว่าตนจะกลายเป็นเมฆเมื่อสภาพจิตใจอ่อนแอหรือเจ็บป่วย จึงออกกำลังกายอย่างหนัก แล้วเกิดเสียหลักไถลไปกับสายพานหล่นโครม…ช่วงนั้นเกวลินกำลังนั่งโกรธอยู่ริมน้ำบ้านธรรณธร ที่มีตนคนเดียวไม่รู้ว่าทำไมต้องมาอยู่บ้านนี้ ธรรณธรเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม เธอเห็นก็ไล่ให้ไปไกลๆ เขาเอ่ยเรียก

“คุณแก้ว…”

เกวลินรีบขอโทษเมื่อรู้ว่าเขาเป็นเมฆ แล้วชวนนั่งข้างๆ เมฆเอ่ยถามว่ามีเรื่องไม่สบายใจหรือ เธอแปลกใจรู้ได้อย่างไร เมฆตอบว่าทุกครั้งที่เธอไม่สบายใจจะนั่งมองน้ำทุกที เกวลินบอกมีเขานั่งข้างก็โอเคแล้ว เมฆไม่เข้าใจถามโอเคหมายความว่าอย่างไร เธอหัวเราะ เมฆหัวเราะตาม

ด้านกรณ์ไม่รู้จะพาแชมเปญไปไหนจึงพามานอนโรงแรม ท่าทางเธอเมามาก เขาให้เธอดื่มน้ำมากๆ ให้สร่างเมา เธอสลัดรองเท้าและถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วล้มตัวลงนอน…จนรุ่งเช้า แชมเปญงัวเงียตื่นขึ้น ตกใจพยายามลำดับเหตุการณ์ ก้มมองสภาพตัวเองอย่างหวั่นใจ พอได้ยินเสียงกรณ์บอกให้ทานอาหารเช้าก่อนแล้วจะไปส่ง เธอรีบหยิบเสื้อและรองเท้าขอตัวกลับ กรณ์กังวลว่าเธอคงเข้าใจผิด

ธรรณธรตื่นมารีบเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดว่าเมื่อคืนตนทำอะไรบ้าง แล้วก็ได้เห็นตอนตัวเองเป็นเมฆนั่งคุยกับเกวลินริมน้ำ เธอหยอกล้อเมฆ หัวเราะดูมีความสุข ก็รู้สึกเคืองปิดคอมพ์

พอลงมาที่โต๊ะอาหาร อนิมาพาเกวลินตามลงมาถามว่าแต่งตัวสวยไหม เขากลับมีท่าทีมึนตึงบ่นว่าลงมาช้า ให้รีบกินรีบไปทำงาน สองสาวงง อนิมาเหน็บพี่ชายคงเข้าสู่วัยทองน่าให้กฤตตรวจวัดระดับฮอร์โมนบ้าง อารมณ์แปรปรวนเหลือเกิน เกวลินขำหาว่าเขาเรียกร้องความสนใจ ธรรณธรโกรธตวัดสายตามอง ทำให้ไส้กรอกที่เธอกำลังจะเอาเข้าปากกระเด็นไป เกวลินงง

มาถึงบริษัท ธรรณธรยังหงุดหงิดดุพนักงานที่ทำงานผิดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ พนักงานกระซิบถาม เกวลินไปทะเลาะอะไรกับเขา ถึงทำให้อารมณ์เสียแบบนี้ เกวลินเบ้ปากโต้ “ไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย ถ้าจะด่าก็ไปด่าคุณธรรณที่เขาไม่รู้จักสงบสติอารมณ์ตัวเองนู่น”

ธรรณธรยืนเท้าเอวมองโกรธๆ นกรีบเข้ามาบอกเกวลินว่าได้จัดโต๊ะทำงานไว้ให้และจะสอนงานให้ด้วย…ธรรณธรเข้ามานั่งหงุดหงิดในห้อง ไม่ทันไรทะนงโทร.มาขอนัดคุย ธรรณธรฉุกคิดที่เกวลินทักว่าแผลถูกตีของเขาเหมือนวันแรกที่เจอกัน ก็คิดอยากถามบางอย่าง จึงรับนัด

ทะนงยืนแอบข้างตึกบริษัท คิดถึงอดีตตอนธรรณธรยังเด็ก โรงงานเฟอร์นิเจอร์ของวิภูพ่อธรรณธร พนักงานสไตรก์ก็ถือไม้จะเอาเรื่อง ตัวเขาเป็นคนช่วยพาสองพ่อลูกหนีออกมาได้ วิภูซาบซึ้งบุญคุณให้เขาได้ทำงานในโรงงาน

ธรรณธรลงมาพบทะนง เขาดีใจมากขอกลับเข้ามาทำงานแต่ธรรณธรไม่รับแถมบอกว่าที่มาพบเพราะอยากถาม ที่ตนโดนทำร้ายเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ทะนงปฏิเสธและทวงบุญคุณว่าเคยช่วยเขาและพ่อไว้ ธรรณธรโวย “เลิกอ้างบุญคุณเก่าซะที มันยิ่งทำให้ผมสงสัยในตัวคุณ”

“ผมรักแล้วก็ซื่อสัตย์กับครอบครัวคุณธรรณมาตลอด ผมไม่มีวันทำร้ายคุณธรรณแน่ๆ”

ธรรณธรขู่ถ้าตนรู้ว่าเขาเป็นคนทำเมื่อไหร่ เขาติดคุกยาวแน่ ทะนงเจ็บใจแอบกลับมาติดระเบิดที่ล้อรถธรรณธร

พอเลิกงาน ธรรณธรขับรถออกจากบริษัทมาถึงทางเปลี่ยว เห็นมีมอเตอร์ไซค์ขับตามจึงเหยียบคันเร่งหนี ทะนงซึ่งเป็นคนขี่รถตามกดรีโมต ยางรถระเบิดตูม

รถหมุนคว้างไปจอดนิ่งควันโขมง สักพักธรรณธรเปิดประตู รถออกมา ทะนงเร่งมอเตอร์ไซค์เข้าเฉี่ยวเขาล้มกลิ้ง ธรรณธรเห็นหน้าทะนงเต็มๆ ทะนงชักมีดออกมาจะจ้วงแทง เผอิญมีรถผ่านมาจึงรีบขึ้นรถขี่หนีไป…

ธรรณธรถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน บังเอิญเกวลินกับ กรณ์ขับรถมูลนิธิช่วยคนเจ็บมาส่งโรงพยาบาลเดียวกันแล้วกรณ์ให้เธอเอารถไปคืน ตัวเขาจะไปทำงาน

ธรรณธรทำแผลเสร็จนอนพักฟื้นอยู่ ทะนงตามมาจะฆ่าปิดปาก โดยไม่รู้ว่าเขากลายเป็นเมฆ เมฆต่อสู้กับทะนงและถามว่าทำร้ายตนด้วยเหตุใด เขาไม่ตอบ เมฆยังบาดเจ็บจึงวิ่งหนีออกมา เจอรถเกวลินที่จอดอยู่ เกวลินแปลกใจร้องเรียกธรรณธร เขาหันมาเรียกเธอ “คุณแก้ว…”

“อ้าว เมฆหรือ ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะ”

“มีคนจะตามฆ่ากระผม…หนีเร็วขอรับ มันตามมาแล้ว”

เกวลินจึงรีบขับรถพาหนีอย่างรวดเร็ว แล้วบอกให้เมฆมองว่ามีคนตามมาหรือเปล่า เมฆจะปีนไปข้างหลัง เกวลินต้องบอกให้มองทางกระจกข้าง เขาทำตามแล้วบอกเธอว่ายังตามมา เกวลินจึงเหยียบมิดจนเมฆเกาะแน่นด้วยความกลัว สวดมนต์ไปตลอดทาง จนกระทั่งถึงแยกไฟแดง เกวลินฝ่าออกไปแต่ทะนงมีรถตัดหน้ารถล้มสไลด์ไปไกล รถเกวลินจึงรอดพ้นสายตา

เมื่อตั้งสติได้ เกวลินขับรถช้าลงแล้วบอกเมฆว่า มีข่าวดีกับข่าวร้าย อยากฟังข่าวไหนก่อน เมฆขอฟังข่าวดี เธอบอกว่าเราปลอดภัยแล้ว เขาถามถึงข่าวร้าย เธอยิ้มบอกว่าเราหลงทาง ไม่ทันไรรถสะอึกๆแล้วดับ เกวลินร้องลั่นว่าน้ำมันหมด เมฆถามเป็นข่าวดีหรือ เธอตาขวางใส่ ไม่เพียงแค่นั้น แถวนี้ยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์อีก เกวลิน
บอกเมฆว่าคืนนี้คงต้องนอนในรถรอจนสว่างคงมีคนผ่านมาช่วย…และแล้วเกวลินก็กลัวขยับไปนั่งชิดเมฆ เพราะกลัวผีในรถเก็บศพ

คืนนั้น กนกเจอหนังสือต้นตระกูลซึ่งเก่ามาก คุณชวดเขียนไว้ กรุณาเห็นแล้วเหวอเพราะรูปคุณชวดหน้าตาเหมือนเกวลินไม่ผิดเพี้ยน กนกบอกว่าชวดกับโหลนเหมือนกันไม่แปลก มีรูปที่แปลกกว่า คือรูปคุณหลวงวรงค์ ซึ่งหน้าตาเหมือนกับธรรณธรอย่างมาก

รุ่งเช้าธรรณธรรู้สึกปวดแผลขยับตัว เกวลินตื่นขึ้นรีบถามเขาเป็นอย่างไรบ้าง เขางงว่าตัวเองมานอนอยู่ในรถกู้ภัยได้อย่างไร เกวลินจึงถามว่าเขาจำเหตุการณ์ได้ถึงตรงไหนจะได้เล่าต่อ ธรรณธรเล่าว่าโดนคนทำร้ายแล้วเหมือนมีคนช่วยส่งโรงพยาบาล เกวลินจึงบอกว่ามันตามไปจองเวรเขาถึงโรงพยาบาล เผอิญตนเจอเขาจึงพาหนีจนหลงทางและน้ำมันรถหมด

 

________

source : TV3 Official

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ
Fanthai-media-