ละครสองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 3 ย้อนหลัง 15 ตุลาคม 2558

ละคร สองหัวใจนี้เพื่อเธอ  ตอนที่ 3

ละครสองหัวใจนี้เพื่อเธอประจำค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2558 นี้นำเสนอเป็นตอนที่ 3 โดยเนือ้หาของละครในตอนนี้นั้นในขณะที่กรณ์ (นำแสดงโดยปั้นจั่น ปรมะ) และเกวลิน (นำแสดงโดยมิ้นต์ ชาลิดา) มาอยู่ที่กรุงเทพเพื่อทำงานหาเงิน ทั้งเขาและเธอไม่ได้รู้เลยว่าพ่อและแม่ของเธออย่างกนก (นำแสดงโดยโจม ศุกล) และ กรุณา (นำแสดงโดยเจี๊ยบ ปวีณา) ได้ไปสร้างหนี้สร้างสินเอาไว้จนโดนเจ้าหนี้ตามทวงแต่พ่อและแม่ของทั้งสองคนก็พยายามไม่บอกเรื่องนี้ให้เขาและเธอรู้เพราะกลัวว่าทั้งสองคนจะลำบากและไม่สบายใจ

​ส่วนเกวลินเองนั้นเมื่อมาสมัครงานที่บริษัทของธรรณธร (นำแสดงโดยมาริโอ้ เมาเร่อ) ก็เห็นหน้าของธรรณธรเหมือนนายเมฆก็แปลกใจมากส่วนธรรณธรเองเมื่อเห็นเกวลินก็รู้สึกว่าเป็นคนเดียวกันกับผู้หญิงที่เคยเห็นในฝันดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะรับเกวลินเข้าทำงานแต่ทว่าเมื่อเกวลินทำงานกับธรรณธรได้ไม่นานเธอเองก็ทนความเจ้าอารมณ์ของธรรณธรไม่ไหวจนตัดสินใจที่จะลาออกจากงานทำให้ธรรณธรตกใจและยอมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเขาทั้งหมดให้เพื่อนสนิทอย่างกฤตฟังทำให้กฤตบอกว่าให้ธรรณธรไปตามเธอกลับมาทำงานตามเดิม

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ เป็นละครโทรทัศน์ไทย แนว โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี-แฟนตาซี นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ออกอากาศทุกวันพุธ–พฤหัสบดี เวลา 20.15 – 22.45 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด โดยผู้จัด ปิยะ เศวตพิกุล, ชุดาภา จันทเขตต์ ดัดแปลงจากบทประพันธ์โดย จินโจว บทโทรทัศน์โดย สร้างสรรค์, หลี่เจิน, โซนิกซ์ ทีม ควบคุมการดำเนินงานโดย ปิยะ เศวตพิกุล กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์

 

บทประพันธ์ : จินโจว
บทโทรทัศน์ : จินโจว
กำกับการแสดง : ชุดาภา จันทรเขตต์
แนวละคร : โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี-แฟนตาซี
ผลิต : บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันพุธ–พฤหัสบดี เวลา 20.15 – 22.45 น.
ระยะเวลาออกอากาศ : ตอนแรกวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

 

บทละครสองหัวใจนี้เพื่อเธอออนไลน์

สองหัวใจนี้เพื่อเธอ ตอนที่ 3

พอยุ้ยออกมาจากห้องน้ำรู้ว่ามีคนทำให้กรณ์อับอายก็พลอยโกรธไปด้วยบอกจะมารอเฝ้าทุกวัน ถ้าเจออนิมาอีกจะเอาเรื่อง กรณ์หงุดหงิดไล่ยุ้ยให้กลับบ้าน ยุ้ยหน้าเจื่อนยอมกลับไป…เสร็จงาน กรณ์คว้าเป้สะพายจะกลับ เดินหลบหน้าคนในร้านด้วยยังอายๆ เสียงแชมเปญทัก

“ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะคะ ทุกทีเห็นนั่งดื่มกับสาวๆ จนร้านปิด” เห็นท่าทางกรณ์จึงบอก “กลับเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังอายสาวๆพวกนั้นอยู่”

กรณ์หน้าแดงที่แชมเปญก็เห็น รีบขออย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ตนอายจะแย่อยู่แล้ว กรณ์ถามเธอจะกลับหรือยังจะได้เดินไปส่ง เธอพยักหน้า ทั้งสองเดินออกจากร้านด้วยกัน

เสร็จจากกินหมูกระทะ ธรรณธรในสภาพเป็นเมฆนั่งมองไฟกะพริบที่แขวนบนต้นไม้อย่างทึ่งๆ แล้วบอกเกวลินว่าหิ่งห้อยที่นี่ตัวใหญ่ดี เกวลินขำอธิบายว่ามันคือไฟฟ้า เมฆไม่รู้จัก พอดีเกวลินตบยุงที่กัดขา เมฆรีบวิ่งไปหยิบตะไคร้มาทุบๆแล้ววางข้างๆเธอ บอกเธอว่ายุงกลัว

“ถ้าคุณธรรณน่ารักได้เสี้ยวหนึ่งของนายก็คงจะดี” เกวลินยิ้มปลื้ม

“คุณธรรณเป็นคนยังไงรึขอรับ”

“ใจร้าย กวนประสาทแล้วก็เป็นบ้า คิดแล้วขนลุก ฉันว่าคืนนี้ฉันเอานายไปส่งบ้านดีกว่า เดี๋ยวนายจะมาโวยฉันอีก”

“กระผมจะไปโวยคุณแก้วได้ยังไงขอรับ”

“ก็ตอนนายกลับเป็นคุณธรรณแล้ว นายจะว่าฉัน หาว่าฉันดูแลไม่ดี ฉันเอานายกลับไปส่งบ้าน นายจะได้หาเรื่องว่าฉันไม่ได้…ปะ บอกทางฉันด้วยนะ”

เมฆส่ายหน้าไม่รู้จักทาง เกวลินถอนใจ ลืมไปว่าเขาอยู่ในสภาพเมฆ แล้วก็นึกได้จะไปถามคนที่บริษัท… แต่พอมาถึงพบแต่ยาม ยามเห็นธรรณธรก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพ เขากลับกลัวหลบมาอยู่หลังเกวลิน พอเธอถามยามว่ารู้จักบ้านธรรณธรไหม ยามส่ายหน้าถามกลับทำไมไม่ถามท่านเอง เกวลินไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงขอให้ยามเปิดบริษัทให้เมฆเข้าไปนอนในห้องทำงาน แต่เมฆไม่ยอมจะกลับบ้านกับเธอให้ได้

สุดท้ายเกวลินก็ใจอ่อนพาเมฆกลับ เขาตื่นเต้นกับท้องถนนและยวดยาน…เกวลินให้เมฆนอนในห้องใต้เตียงตามเดิม กำชับถ้าจะกลับอย่าให้พี่ชายตนเห็น เพราะเป็นคนดุมาก เมฆรับคำอนิมากลับถึงบ้านพบว่าประตูห้องธรรณธรเปิดออก โซ่และกุญแจห้อยอยู่ ก็ตำหนิจันทร์และบัวลอยเฝ้าอย่างไร อนิมารีบโทร.ไปถามอรขอเบอร์โทรศัพท์พนักงาน

ที่ชื่อเกวลิน อรตอบว่า มีแต่อยู่ที่บริษัท อนิมาเซ็งและปวดหัวมาก

รุ่งเช้าเกวลินตื่นขึ้นมารีบก้มมองดูว่าธรรณธรยังนอนอยู่ใต้เตียงหรือไม่ ปรากฏว่าเขาได้หายตัวไปแล้ว เธอยิ้มๆพึมพำ…ไว้เจอกันที่บริษัทนะนายเมฆ

 

ทางเดินในคลังสินค้าบริษัทนูโวที พนักงานพากันทำความเคารพและทำหน้าแปลกใจที่เห็นเจ้านายเดินเข้ามา…เกวลินกำลังเช็กสต๊อกของอยู่ ธรรณธรหยุดตรงหน้ายืนมองนิ่งๆ เกวลินเงยหน้ามาเจอรีบยิ้มและพูดขึ้นก่อนเลยว่า “ใช่…เมื่อคืนคุณอยู่บ้านฉัน”

ธรรณธรบอกไม่ได้ถาม แล้วดึงของในมือเกวลิน ออกวาง จูงมือเธอออกไปนอกโกดัง พนักงานมองซุบซิบๆกัน…จนมาถึงรถ เกวลินถามทำไมไม่บอกว่าจะพาไปไหน เลิกทำตัวลึกลับซับซ้อนเสียที ธรรณธรเอ็ดให้ขึ้นรถแล้วเขาขับออกไป แชมเปญยืนมองการกระทำของธรรณธร คิดจะขับรถตาม เผอิญทะนงมาขวาง เธอถึงกับผงะตกใจ เขาดึงเธอไปคุยที่ลับตาคน

“น้าทะนงยังกล้ามาที่นี่อีกเหรอคะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เราจะโดนกันทั้งคู่นะ”

“น้าจะมาหาแชมเปญ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

จากนั้นทะนงก็ทำหน้าเศร้ารู้สึกผิดที่ทำให้บริษัทต้องเสียหาย จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากกลับมาขอแก้ตัวใหม่ อยากขอให้เธอช่วยพูดกับธรรณธรให้รับตนกลับเข้าทำงาน

“อย่าหวังเลยค่ะ ทุกวันนี้แค่แชมเปญห้ามไม่ให้เขาฟ้องน้า เขาก็โกรธจะตายอยู่แล้ว”

“พูดให้น้าอีกทีเถอะนะ บอกเขาว่าน้ามีความตั้งใจที่จะมาแก้ปัญหาที่ทำไว้จริงๆ ธรรณเขาอาจจะเห็นใจขึ้นมาบ้างก็ได้” ทะนงมีความหวังในขณะที่แชมเปญหนักใจ

ธรรณธรพาเกวลินมาที่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ เขาเดินจูงมือเธอเข้ามา พนักงานต่างทำความเคารพ เกวลินตื่นตากับความสวยงามของสินค้ามากมาย ธรรณธรสั่งงานพนักงานว่าสินค้าตัวไหนควรเปลี่ยนอะไร สินค้ารหัสไหนควรจัดโชว์ไว้ด้านหน้า เกวลินยิ่งตื่นเต้นเพราะตนได้แต่เช็กสต๊อกรหัสสินค้าที่กล่องเพิ่งเห็นตัวสินค้าว่าสวยงามขนาดนี้ ธรรณธรห้ามเธอแตะต้อง เธอบ่นอุบมันจะบุบสลายหรืออย่างไร

เสร็จจากการสั่งงาน ธรรณธรก็จูงมือเกวลินไปยังร้านอาหารในโชว์รูม แล้วสั่งอาหารให้ทาน เมื่อทั้งสองทานเสร็จ เขาก็เริ่มเรื่องให้เกวลินเล่ามาว่า เมื่อวานเขาไปบ้านเธออย่างไร

“ฉันไปหลังบ้าน แล้วอยู่ๆคุณก็โผล่ออกมา…จบ”

ธรรณธรฉุนถามตนไปทำอะไรบ้าง เกวลินขำเล่าต่อว่า เขาได้กินหมูกระทะแถมบอกว่าอร่อยมากเกิดมาไม่เคยกิน เคยกินแต่ปลาย่างกับผักต้ม ชายหนุ่ม สวน ตนกินแต่สเต๊กกับบาร์บีคิว

“นี่นายพูดจริงหรือพูดให้ฉันหมั่นไส้เล่นกันแน่”

“แล้วรู้ไหมทำไมฉันต้องไปหาเธอ”

“อ้าว…ตัวคุณยังไม่รู้แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

ธรรณธรถามว่าตนทำอะไรอีกนอกจากกินหมูกระทะ เกวลินเล่าว่าเขาเอาตะไคร้มาไล่ยุงให้ เขาแย้งทำไมเขาต้องบริการเธอ เกวลินบอกเพราะเขาคิดว่าตนเป็นแก้ว เจ้านายที่รักของเขา ธรรณธรทำหน้ายิ้มเยาะไม่เชื่อ เธอจึงเปรยว่าสงสารเขา ธรรณธรสวนน่าสงสารขนาดนั้นหรือ

“มาก…คุณเหมือนเด็กหลงทางที่วิ่งตามหาแม่”

“ทีหลังไม่ต้องมาสงสาร”

“นี่! คนเขาอุตส่าห์สงสาร อย่าทำนิสัยแบบนี้ได้ป่ะ”

“เธอเป็นใคร แล้วมีสิทธิ์อะไรมาสงสารเจ้านาย ช่วยเลือกใช้คำพูดใหม่นะ”

“ฮึ่ย…ไม่น่ารู้สึกดีด้วยเลย” เกวลินหงุดหงิด ตลอดเวลาที่เดินทางกลับมาบริษัท ธรรณธรมึนตึงกับเกวลิน พอถึงห้องทำงานเขาก็ไล่เธอกลับไป เกวลินฉุนที่เขาเป็นคนลากตนออกไป ตนทำอะไรให้เขาโกรธถึงมาไล่กันแบบนี้

“นี่ฉันทำให้เธอเข้าใจผิดเหรอ ว่าฉันชอบเธอ ฉันแค่คิดว่าถ้าฉันอยู่กับเธอทั้งวันจนเบื่อ ฉันอาจจะไม่ต้องโผล่ไปหาเธออีกก็ได้”

“แสดงว่า…เพราะนายไม่อยากเจอฉัน”

“ใช่…อย่าคิดจะจับฉันด้วยวิธีนี้ ฮึเกือบเคลิ้ม…แต่พอคิดไปคิดมาฉันไม่มีวันชอบผู้หญิงอย่างเธอได้ ไม่มีความเป็นผู้หญิง”

เกวลินโกรธมากที่ถูกดูถูกเห็นตนเป็นอะไร เขาบอกเห็นเป็นลูกจ้าง เกวลินเหมือนโดนตบหน้าถามหมดธุระแล้วตนจะได้ไป เขาเสียงเข้มว่ายัง…ทำให้เธอแหวกลับ

“อะไรอีก! นายบังคับฉันไม่ได้ แล้วฉันก็จะไม่อยู่ให้นายดูถูกอีก อย่านึกว่าฉันจะพิศวาสนายเหมือนกัน” เกวลินกระชากป้ายพนักงานออกปาใส่ ประกาศลาออกเสียงกร้าว

“ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอออก”

“เอาซี่ ลงทุนขอร้องฉัน ถ้านายคุกเข่าฉันอาจจะใจอ่อน แล้วอย่าคิดขว้างอะไรใส่ฉันนะ”

ขาดคำ หนังสือ แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานก็ลอยขึ้น เกวลินตกใจจะวิ่งหนี แต่ของพุ่งเข้าใส่รอบตัวเธอไปหมด เธอรีบเปิดประตูวิ่งหนีออกไป…ธรรณธรยืนอึ้ง สติเริ่มกลับมา แต่เกวลินวิ่งไปแล้ว อรร้องถามเกิดอะไรขึ้นเกวลินโวย

“พวกคุณทนอยู่กับคนแบบนี้ได้ยังไง เขาไม่ใช่คน เขาเป็นปีศาจ ฉันขอลาออก!”

ธรรณธรสงบลงเห็นข้าวของเกลื่อนพื้น พยายามจะทำให้มันลอยกลับที่เดิมแต่ทำไม่ได้…เขาเปิดประตูออกมาสั่งอร…อย่าให้ใครรบกวนตนเด็ดขาด ว่าแล้วก็เดินออกไป พนักงานจับกลุ่มนินทา แชมเปญเดินเข้ามาถามหาธรรณธร อรรีบบอกว่าเขาไม่ให้ใครรบกวน แชมเปญดึงดันมีเรื่องสำคัญต้องพบ อรยิ้มแหยๆ

ธรรณธรขึ้นมาบนดาดฟ้าพยายามโทร.หาเกวลินเพื่อจะขอโทษแต่เธอตัดสายทิ้ง เขารู้สึกผิดและหงุดหงิดตัวเองมาก แชมเปญโผล่เข้ามาถาม วันนี้อารมณ์ดีหรือถึงขึ้นมาชมวิวบนนี้

“นี่เลขาผมบอกคุณเหรอ”

“ถึงคุณจะไม่อยากพบฉัน แต่ฉันอยากจะพบคุณบ้างไม่ได้เหรอคะ ฉันไม่ได้มาเรื่องส่วนตัวหรอกค่ะ ฉันมาเรื่องงาน”

ธรรณธรถามมีอะไร แชมเปญเกริ่นว่าเขาคงกำลังเครียดเรื่องบัญชีบริษัท เขาโวยทันทีก็เพราะทะนงน้าของเธอที่เป็นต้นเหตุ แชมเปญรีบบอกว่าทะนงโดนหลอกให้ทำ เขาไม่เชื่อ แชมเปญจึงขอร้องให้ทะนงได้มาแก้ตัว สะสางบัญชีที่เขาทำวุ่นวายไว้ ธรรณธร มองหน้าแชมเปญนิ่งก่อนจะออกปากไล่ให้เธอกลับไป อย่าพูดเรื่องทะนงกับตนอีก แชมเปญหน้าเสีย

 

เกวลินกลับบ้านด้วยท่าทีอ่อนละโหย กรณ์ทักทำไมกลับบ้านเร็ว เธอตอบว่าลาออกจากงานแล้ว กรณ์ตกใจ เพิ่งฉลองได้งานเมื่อวานวันนี้ลาออก เกวลินบอกว่าต้องฉลองที่พ้นเวรพ้นกรรมอีก กรณ์แปลกใจถามเกิดอะไรขึ้น เกวลินขอตัวไปพักผ่อนตื่นมาจะเล่าให้ฟัง

ไม่ทันไรกนกกับกรุณาโผล่มาจากมุมหนึ่ง ทำเซอร์ไพรส์ลูกสาว เกวลินตาปรือมองแล้วทรุดนั่งหมดแรง พ่อกับแม่จึงต้องช่วยกันพยุงขึ้นห้องนอน กนกคิดว่าเป็นลางสังหรณ์ที่ทำให้พวกตนมาดูแลลูก ซึ่งป่วยพอดี

เกวลินนอนสักพักก็ลืมตามองลุกขึ้นตั้งสติ กรุณาถามลูกใครทำอะไรหรือถึงหน้าตาตื่น เกวลินบอกทุกคนว่าตนลาออกจากงานแล้ว กรุณาปลอบ

“ไม่เป็นไรเอาไว้หายดีก่อนค่อยเล่าก็ได้ นี่พ่อกับแม่ว่าจะมาอยู่ด้วยซักสองอาทิตย์ดีไหม”

“มาสองอาทิตย์แล้วใครอยู่ดูแลสวนล่ะแม่”

เกวลินถามอย่างสงสัย

กนกสบตากรุณาเหมือนปกปิดบางอย่างก่อนจะบอกลูกว่าให้คนงานช่วยกันดูแล ที่มาเพราะคิดถึงลูก เกวลินโผกอดแม่อ้อนว่าตนก็คิดถึง

เมื่อทะนงรู้ว่าแชมเปญไปพูดกับธรรณธรไม่สำเร็จก็หงุดหงิด ขอให้หลานสาวกลับไปคุยอีกครั้ง แชมเปญอิดออดเพราะรู้ว่าไม่ได้ผล ทะนงขู่ถ้าเธอไม่ช่วยตนคงต้องพึ่งธัญญาให้ช่วยพูด

“อย่าให้แม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเลยค่ะ แม่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย น้าทะนงรีบกลับเถอะค่ะ ถ้าพ่อมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี” แชมเปญรู้ว่าไม่เป็นผล ทะนงแค้นใจ

รุ่งเช้าที่บริษัทนูโวที ธรรณธรโมโหเอ็ดพนักงานเรียงตัว ใครทำอะไรไม่ถูกใจไปเสียหมด…ตกเย็น ธรรณธร กลับบ้านยังอารมณ์เสีย บัวลอยทักด้วยความแปลกใจที่เขากลับหัววัน จึงถูกย้อนถามว่าเป็นเพื่อนเล่นหรือ หัดสงบปากสงบคำบ้าง บัวลอยหน้าเสียร้องไห้ไปฟ้องจันทร์

“ทำงานมาตั้งนาน ไม่รู้จักดูอารมณ์เจ้านาย คุณธรรณก็เป็นคนแบบนี้ เอ็งยังไม่ชินอีกรึ”

บัวลอยสะอื้นเสียใจอ้างตัวเองเป็นคนจิตใจอ่อนไหว…ธรรณธรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินเข้าห้องเก็บภาพเขียน มองภาพที่ตัวเองวาดไว้แล้วตาลายต้องสะบัดหัว คิดว่าตัวเองเป็นอะไร

วันนี้ปู่กับต๋องมาทานข้าวบ้านเกวลิน ทานเสร็จกรุณากับเกวลินเดินออกมาส่งหน้าบ้าน กรุณาหันกลับมาต้องตกใจเมื่อเจอธรรณธรยืนอยู่ในบ้าน จึงถามเขาเป็นใคร เขากลับเรียก…คุณแก้ว เกวลินหันขวับมาตกใจ เขายิ้มแต้รายงานตัวว่า…ตนเมฆ เกวลินปรี๊ด

“ออกไปนะ! ฉันเกลียดนาย…ออกไปสิ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ออกไป”

เมฆหุบยิ้มตกใจกลัว กนกได้ยินเสียงวิ่งออกมาดูเห็นลูกสาวกำลังทุบตีเมฆไล่ให้ออกจากบ้าน กรุณาตกใจถาม “ทำไมทำกับเขาอย่างนั้นล่ะลูก เขาเป็นใคร”

“เป็นคนบ้า คนประสาท จริงๆแล้วเขาไม่ใช่คนด้วยซ้ำ” เกวลินโมโหวิ่งหนีขึ้นบ้าน

เมฆหน้าเศร้าเป็นหมาหงอย คุกเข่าอยู่หน้าบ้านไม่ยอมไปไหน กนกแปลกใจถามกรุณา

“แฟนลูกเราเหรอ ไม่เห็นมันเล่าให้ฟัง ดูท่าทางสิ น่าสงสารมากเลยนะนั่น”

กรุณากับกนกไปถามเกวลินว่าเมฆเป็นเพื่อนหรือน่าจะลงไปคุยกันให้รู้เรื่อง เกวลินยังเจ็บใจ จึงออกไปไล่เมฆให้กลับเสีย เมฆอ้อนวอนขอโทษทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้เธอโกรธ

“ไม่ต้องมาขอโทษ ไปให้พ้นบ้านฉันเดี๋ยวนี้ เลิกเรียกฉันว่าคุณแก้วได้แล้ว ฉันไม่ใช่คุณแก้วของนายไปสิ…ไป…” เกวลินปิดประตูบ้านใส่หน้า

เมฆผละถอยด้วยความเสียใจ…กนกกับกรุณารอซักถามว่าเมฆเป็นใครและทำไมถึงเรียกลูกว่าแก้ว เกวลินตอบอย่างหงุดหงิดว่าเขาเป็นคนบ้าชอบมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อย่าไปสนใจเลย กรุณายิ่งสงสารว่าเขาจะนอนที่ไหนมีอะไรกินหรือไม่ เกวลินโวยเลิกห่วงเขาเสียที

จนค่ำมืดเมฆก็ยังนั่งอยู่หน้ารั้วบ้าน กรุณาสงสารถือจานข้าวมาให้แล้วแนะนำตัวว่าตนเป็นแม่ของเกวลิน

เมฆแย้ง “น้าอย่ามาโกหกฉันเลย คุณแก้วเป็นลูกท่านขุนวิจิตร ไม่ใช่ลูกน้า”

กรุณาพึมพำ “สติไม่ดีจริงๆด้วย…จ้ะๆไม่เป็นไรกินข้าวต่อเถอะ แล้วไปทำอะไรให้แก้วเขาโกรธ เขาถึงไล่ตะเพิดอย่างนั้น”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน น้าช่วยพูดให้คุณแก้วหายโกรธทีได้ไหมจ๊ะ”

กรุณาสงสารกลับเข้าบ้านมาบ่นกับกนกว่าเมฆน่าสงสาร กนกจึงถามลูกสาวว่าเขาทำอะไรให้โกรธ เกวลินตอบว่าเรื่องมันยาว เอาเป็นว่าตนไม่อยากเห็นหน้าเขาก็แล้วกัน กรุณาท้วง

“ตั้งแต่เลี้ยงแกมา ก็เพิ่งจะเห็นแกใจร้ายก็ครั้งนี้แหละ”

เกวลินบอกว่าเขาใจร้ายกับตนก่อน กนกไม่อยากเชื่อ เพราะท่าทางเมฆหย็องๆ เกวลินไม่รู้จะเล่าอย่างไรจึงเดินหนีเข้าห้อง ยืนมองเมฆทางหน้าต่างด้วยความหงุดหงิด

 

พอรุ่งสาง อนิมาตื่นมาพบธรรณธรนอนคว่ำหน้าอยู่กลางสนาม สภาพกางเกงเปรอะตรงหัวเข่า ก็เข้าไปปลุกซักว่าหายไปไหนมา เขาตื่นขึ้นพยายามคิดแต่ก็คิดไม่ออก…ด้านเกวลินตื่นมารีบมองไปหน้าบ้านไม่เห็นเมฆแล้วก็หน้าคว่ำพาลงอนพ่อกับแม่ไปด้วย

ธรรณธรเรียกกฤตมาพบที่ร้านกาแฟ วันนี้เขาอารมณ์เสียตั้งแต่ตื่น เอ็ดใส่พนักงานที่เสิร์ฟกาแฟผิด กฤตมาถึงรีบเข้าไปปรามให้สงบสติอารมณ์บ้าง อย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ โมโหง่ายจนจะเป็นโรคประสาทอยู่แล้ว ธรรณธรถามจะให้ทำอย่างไรในเมื่อคนมันโมโห

“หาเวลาผ่อนคลายมั่งสิ คุณเกวลินล่ะเป็นไง”

ธรรณธรบอกลาออกไปแล้ว กฤตฟันธงเพราะเหตุนี้เองถึงทำให้ประสาทเสีย ธรรณธรยอมรับว่ารู้สึกเหมือนติดค้างกับเธอมานาน เหมือนชีวิตพัวพันแต่ไม่รู้มันคืออะไร พยายามห้ามใจไม่ให้ไปเจอแต่ตัวเมฆก็ไปจนได้ กฤตแนะนำให้ปล่อยตามใจตัวอย่าเก็บกดไว้สักวันจะระเบิด

“ถ้าให้ฉันเดา นายน่ามีโรคทางใจเพิ่มมาอีกโรคแล้วว่ะ ถ้าทนไม่ไหวฉันแนะนำให้ไปตามเธอกลับมาซะ ทำตามใจให้สุดๆไปเลย”…

เกวลินเซ็งไม่อยากอยู่เฉยๆ แต่งตัวจะออกไปกับหน่วยกู้ภัย พ่อกับแม่ห้ามก็ไม่ฟัง กนกจึงสั่งกรณ์ให้ดูแลน้องด้วยเพราะเห็นไม่ค่อยสบาย ธรรณธรขับรถมาเห็นเกวลินขึ้นรถหน่วยกู้ภัยออกไปจึงขับรถตามไปจนถึงอาคารก่อสร้างแห่งหนึ่ง นั่งร้านถล่มคนงานร้องโอดโอย หน่วยกู้ภัยเข้าช่วยหามคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ธรรณธรเดินเข้ามามองไปทั่วเห็นเกวลินพยุงคนเจ็บไปนั่ง หญิงคนหนึ่งร้องไห้บอกให้ช่วยลูกเธอด้วย ลูกเธอชื่อมด เกวลินรับปากแล้วรีบวิ่งไปเดินหา

จนกระทั่งเห็นแขนเด็กโผล่จากกองนั่งร้าน จึงร้องบอกให้คนมาช่วย ใหญ่กับกรณ์วิ่งมาบอกเกวลินไปเอาเปล เธอจึงวิ่งกลับไปที่รถ ธรรณธรรีบตาม ปู่ตามไม่ทันเพราะเผอิญเชือกรองเท้าหลุดเกี่ยวติดรูอยู่…เกวลินดึงเปลออกมาแล้วเกิดอาการหน้ามืดโงนเงนจะเป็นลม ธรรณธรวิ่งเข้ามารับร่างเธอไว้ ปู่เงยหน้าขึ้นมองเห็นภาพเปลี่ยนไป ธรรณธรอยู่ในชุดท่านขุนประคองเกวลินที่ห่มสไบเป็นหญิงโบราณ ปู่รีบขยี้ตามองอีกทีตะโกนลั่น

“เฮ้ย…ไอ้เมฆนี่หว่า ไอ้เมฆเอ็งมาได้ไง ปล่อยเกวนะ เดี๋ยวข้าดูเอง”

ธรรณธรเสียงเข้มสั่งปู่ให้เอาเปลไปรับคนเจ็บ ปู่ชะงักเงอะงะทำตามคำสั่งงงๆ…ธรรณธรอุ้มเกวลินขึ้นรถขับพามาส่งบ้าน กนกกับกรุณาตกใจระคนแปลกใจที่เมฆมาในอีกลุคหนึ่ง

“สวัสดีครับ ผมบังเอิญเจอเกวลินเป็นลมอยู่ เลยพามาส่งน่ะครับ”

กรุณารีบปฐมพยาบาลเกวลิน เธอฟื้นขึ้นมาเห็นธรรณธรก็แปลกใจมาได้อย่างไร กรุณาตำหนิบอกแล้ว อย่าไปๆ ถ้าไม่ได้เมฆไปช่วยจะทำอย่างไร ธรรณธรรีบบอกว่าตนไม่ได้ชื่อเมฆ ทั้งกนกและกรุณาทำหน้างง เกวลินเยาะจะให้เล่าไหม ธรรณธรขอเป็นคนเล่าเอง

เมื่อเล่าจบทั้งกรุณาและกนกอึ้ง มีโรคประหลาดแบบนี้ด้วยหรือ กนกเปรยว่าเมื่อคืนลูกสาวบอกว่าเขาเป็นคนบ้า ชอบมาเตร็ดเตร่แถวนี้ พวกเราก็เชื่อสนิท ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าของบริษัท ธรรณธรมองหน้าเกวลินเคืองๆ กรุณาชวนทานข้าวเย็น กนกขอตัวไปช่วยกรุณาทำอาหาร

พออยู่ตามลำพังธรรณธรก็โพล่งขึ้นมา ไม่อนุญาตให้เกวลินลาออก เธอสวนเขาบังคับตนไม่ได้ ธรรณธรยิ้มท้าให้มาดูกัน…ระหว่างทำอาหาร กนกกับกรุณาคุยกันว่าธรรณธรกับเกวลินดูไม่เหมือนเจ้านายลูกน้อง เหมือนเป็นแฟนกันมากกว่า ไม่ทันไรธรรณธรโผล่เข้ามาอาสาเป็นลูกมือช่วยทำอาหาร ทำให้ทั้งสองปลื้มเข้าไปอีก เขาชวนคุยถามอยู่สระบุรีทำอะไร แล้วทำไมมาพักที่นี่หลายวัน กนกกับกรุณามองหน้ากันถอนใจก่อนจะบอกความจริง

“อย่าไปเล่าให้เกวฟังเด็ดขาด แม่ไม่อยากให้เกวไม่สบายใจ”

ธรรณธรรับปาก กนกจึงเล่าว่า “ธุรกิจสวนกล้วยไม้ของเราไปไม่รอดน่ะสิ พ่อไปกู้หนี้ยืมสินจนตอนนี้เขาจะยึดที่อยู่แล้ว ที่พ่อกับแม่ต้องมากรุงเทพฯก็เพราะว่า…หนีหนี้เขามา”

ธรรณธรเสนอตัวช่วย แต่ทั้งสองเกรงใจ เขาจึงขอร้องให้ช่วยเกลี้ยกล่อมเกวลินกลับไปทำงานที่บริษัท ทั้งสองรับปาก พอทานอาหารเสร็จ กนกดึงเกวลินมาถามทำไมถึงลาออก เธออึกอัก กนกจึงบอกว่าเจ้านายมาตามขนาดนี้แสดงว่าลูกมีความสำคัญกับบริษัท ลูกทำงานเก่ง ขาดลูกไปบริษัทอาจเดือดร้อน ธรรณธรยิ้มกริ่มสำทับว่าใช่เธอทำงานเก่ง ขาดเธอไปบริษัทคงเจ๊ง เกวลินค้อนรู้ว่าเขาประชด จึงดึงเขาออกไปคุยตามลำพัง

“ขอบอกไว้เลยว่าฉันจะไม่ไปทำงานกับนายอีก แล้วอย่าคิดจะทำร้ายฉันในบ้านฉันนะ”

“วันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจ”

เกวลินโวยจะมายุ่งกับตนอีกทำไม แค่นี้ยังทำประสาทเสียไม่พออีกหรือ แทนที่จะมาหาตน ไปหาหมอจะดีกว่า เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์…ธรรณธรอึ้ง เกวลินโพล่ง “และคุณก็บอกเองว่าคุณไม่ได้ชอบฉัน ไม่อยากกลายเป็นเมฆมาเจอฉัน แล้วคุณจะมาอีกทำไม กลับไปซะ ยังไงฉันก็ไม่เอาชีวิตฉันไปเสี่ยงกับคุณอีก เกิดคุณโมโหฉันแล้วใช้พลังบ้าๆในตัวคุณมาทำร้ายฉันอีกล่ะ”

ธรรณธรเสนอขึ้นเงินเดือนให้ เกวลินสวนไม่ต้องการ เขารู้สึกผิดหวังกลับไป

 

กลับมาบ้าน ธรรณธรครุ่นคิดถึงคำพูดของเกวลินที่ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ปกติ อนิมาเห็นพี่ชายไม่สบายใจจึงเข้ามาปลอบ เขาเอ่ยถามไม่เคยกลัวตนบ้างหรือ เธอตอบไม่กลัวมีแต่ห่วง

กรุณากำลังคุยโทรศัพท์กับคนสวน กำชับอย่าบอกใครว่าพวกตนอยู่กรุงเทพฯ หาทางออกได้เมื่อไหร่จะกลับไป พอวางสายคนทวงหนี้มายื่นเงินให้คนสวน เขารับเงินด้วยความกลัว…

กรณ์ทำงานร้องเพลงมากขึ้นเพื่อหาเงินมาช่วยพ่อกับแม่ กนกกับกรุณาสงสารลูกที่ต้องมาเดือดร้อน คิดจะขายสวนใช้หนี้แต่ขออย่าบอกเรื่องนี้กับเกวลินไม่อยากให้เครียดไปอีกคน

เกวลินกางหนังสือพิมพ์หางานใหม่ ยุ้ยนั่งข้างๆติง ถ้าตนมีเจ้านายหล่อแบบนั้นไม่มีวันออกหรอก เกวลินเอ็ดอย่าพูดถึงธรรณธรอีก ยุ้ยยิ้มเอาใจบอกจะให้ยืมชุดสวยๆใส่ไปสมัครงานแต่แล้วแต่ละแห่งที่ไปสมัครงานกลับเจอแต่เจ้านายชีกอ กรุณาจึงเตือนว่า เจ้านายดีๆน่ะหายาก

ด้านธรรณธรทำงานด้วยความเครียดอารมณ์เสียทั้งวัน ข่มใจไม่ให้คิดถึงเกวลิน แต่แล้วเย็นวันนั้น ธรรณธรขับรถมาดับหน้าร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง จึงโทร.เรียกช่าง แล้วเข้าไปรอในร้านก็ต้องตะลึงเพราะเจอเกวลิน ปู่ ต๋องและยุ้ยนั่งกินกันอยู่ ยุ้ยตาโพลงเมื่อเห็นธรรณธร ต๋องเข้าไปผลักหัวเล่น “เฮ้ย! ไอ้เมฆนี่หว่า แต่งซะหล่อเกือบจำไม่ได้เลยนะมึง” ปู่เยาะ “กินลูกชิ้นไหมไอ้เมฆ เดี๋ยวโยนให้”

ยุ้ยขยับให้นั่งข้างๆ ธรรณธรยืนตาขวาง เกวลินมอง แล้วบอกว่าเขาไม่ใช่เมฆ แต่เป็นธรรณธรเจ้านายเก่าตน ทั้งปู่ ต๋องและยุ้ยอ้าปากค้างยกมือไหว้อย่างหวาดๆ ต๋องพูดเล่นว่าพอจะมีตำแหน่งผู้บริหารว่างบ้างไหม เขาเสียงเข้มใส่ “เห็นผมเป็นเพื่อนเล่นรึไง…เกวลินมานี่สิ”

เกวลินสบตาไม่กล้าขัดใจ ลุกเดินตามเขาออกไปนอกร้านคิดว่าเขาคงโกรธเพื่อนๆ จึงเอ่ยปาก “ฉันขอโทษแทนพวกเขาด้วย และฉันก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”

ท่าทีเกวลินอ่อนลงกล่าวขอโทษ ตนรู้สึกผิดที่พูดรุนแรงกับเขาเมื่อวาน ธรรณธรขัดคิดว่าจะบอกอยากกลับไปทำงาน เธอเชิดหน้าอย่างมีทิฐิ เขาควักซองเงินเดือนออกมาส่งให้ เธอขอให้เป็นค่าชดใช้ที่ทำของเขาเสียหาย เขาบอกขำๆว่ากล่องที่เธอเตะเป็นกล่องเปล่า เกวลินเหวอ

“พ่อกับแม่คุณสบายดีไหม ฝากสวัสดีท่านด้วยนะ”

“อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง เงินนี่ยังไงฉันก็ไม่รับ เพราะฉันทำงานไม่ครบเดือน ฉันไม่ควรจะได้เงิน” ธรรณธรจึงบอกให้เอาไปบริจาค เธอรู้สึกเสียดาย “หมดนี่เลยเหรอ…”

“คิดว่าควรจะได้เท่าไหร่ก็หักเอาไว้ที่เหลือก็บริจาคไป อ้อ…ถ้าอยากกลับมาทำงานก็โทร.มานะ” พูดจบ ธรรณธรเดินไป…เกวลินยืนอึ้งหมั่นไส้ในความถือตัวของเขา

แต่แล้วค่ำนั้น ธรรณธรก็มาที่บ้านเกวลินอีกในสภาพของเมฆ นั่งจ๋องอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เกวลิน

ออกมาเห็น เขารีบกล่าว “กระผมขอโทษ กระผมออกไปอยู่ข้างนอกก็ได้ขอรับ”

เกวลินถามไม่โกรธที่ตนไล่หรือ เมฆตอบว่าไม่เคยโกรธแต่กลัวเธอจะโกรธมากกว่า

“เมฆ…ฉันขอโทษนายนะ ที่ฉันโมโหใส่นายวันนั้น ฉันไม่น่าทำแบบนั้นกับนายเลย”

“ไม่เป็นไรขอรับ”

“ทำไมเมฆถึงเป็นคนดีแบบนี้นะ จริงๆคุณธรรณก็เป็นคนดีเหมือนกันใช่ไหม ฉันมองคุณผิดไปใช่ไหม คุณได้ยินรึเปล่า”

เมฆไม่เข้าใจที่เกวลินพูด เธอปัดไม่เป็นไรแล้วชวนให้ขึ้นไปนั่งบนบ้าน ยุงจะได้ไม่กัด…ไม่ทันไร อนิมาโทร.เข้ามาหาเกวลินถามว่าธรรณธรอยู่ด้วยใช่ไหม เกวลินรีบตอบว่าใช่จะให้ตนไปส่งบ้านก็ได้ อนิมา บอกว่าจะไปรับเองแล้วถามเส้นทางผ่านไปพักใหญ่ อนิมาขับรถมาจอดหน้าบ้าน

เกวลินออกมาต้อนรับและบอกว่าตอนนี้ธรรณธรเป็นเมฆ อนิมาบอกว่าตนทราบแล้ว สมัยก่อนเขาเคยป่วยแบบนี้แต่ไม่พูดจากับใครเลย เดี๋ยวนี้พูดคล่อง…เมฆไม่ยอมกลับไปกับอนิมา ยื้อยุดไม่ขึ้นรถ กนกกับกรุณาตกใจเสียงเอะอะวิ่งออกมาถามมีเรื่องอะไรกัน สุดท้ายกรุณาจึงบอกให้เกวลินนั่งรถไปส่งเมฆด้วย

เกวลินต้องนั่งเบาะหลังคู่กับเมฆ อนิมามองผ่านกระจกหลังขำๆ เกวลินบ่นว่าเมฆไม่เคยดื้อแบบนี้ อนิมากระซิบว่าเขาหลับแล้วจะมาส่ง…แต่พอถึงบ้าน เมฆ ไม่ยอมอยู่ในห้องคนเดียว เกวลินจึงอยู่เป็นเพื่อน อนิมา กระซิบว่าเขาหลับเมื่อไหร่ไปเรียกตนได้ ตนอยู่ห้องตรงข้าม…

เมฆเจียมตัวไม่กล้าขึ้นเตียง เกวลินต้องสั่งให้เขาขึ้นไปนอนบนเตียง โดยบอกว่าตนจะอ่านหนังสือเล่นสักพักถึงจะนอน เมฆรู้สึกเตียงนุ่มจึงกระโดดเด้งเล่นอย่างสนุก เกวลินแอบขำ

เวลาผ่านไป ด้วยความที่อ่อนเพลีย เกวลินจึงหลับอยู่ข้างเตียง เมฆลุกมาดู ยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะอุ้มเธอไปนอนบนเตียงแล้วตัวเองนอนที่พื้นข้างเตียง

 

เช้าวันใหม่ ธรรณธรพลิกตัวหัวโขกขอบเตียงงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่ตัวเองมานอนบนพื้น แต่พอเห็นว่าเกวลินนอนอยู่บนเตียงก็ยิ่งตกใจ…เกวลินสะดุ้งตื่นทัก “อ้าวเมฆ…”

“เมฆเมิกอะไร ผมธรรณธร คุณมานอนอยู่บนเตียงผมได้ยังไง”

เกวลินเองก็งงว่าขึ้นมานอนบนเตียงได้อย่างไร ธรรณธรโวย “อย่ามาทำไม่รู้เรื่อง ผมเลิกยุ่งกับคุณแล้ว แล้วคุณจะมายุ่งกับผมอีกทำไม อยากมาทำงานก็โทร.บอกผมสิ ไม่ใช่ใช้วิธีนี้ คิดจะมาจับผมรึไง”

“โห…ฉันมองนายไม่ผิดจริงๆ สมองนายมันคิดได้แค่นี้ คิดว่าฉันพิศวาสนายนักเหรอ ฉันสงสารนายเมฆต่างหากล่ะ แต่หลังจากนี้อย่าหวังเลย พอกันที” เกวลินลุกจะเดินออกจากห้อง ธรรณธรดึงไว้ “จะไปไหน พิศวาสเมฆมันนักรึไง”

“ปล่อยฉัน นายจะบ้ารึไง”

“ชอบมันนักเหรอ ถึงต้องมาสงสารมันน่ะ”

“ก็ชอบมากกว่าคุณก็แล้วกัน”

ธรรณธรหยุดกึก เกวลินยิ้มสะใจเปิดประตูจะออก ทันใดเขาทำให้ประตูปิดปัง เกวลินตกใจหันมาถามจะทำอะไร เขาเสียงเข้มว่าจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง หญิงสาวโวย ด่าตนขนาดนี้แล้วคิดว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือ ตวาดอย่ามายุ่งกับตน เธอคว้าของใกล้ตัวปาใส่ ธรรณธรสั่งให้หยุด แต่เธอโวยวายเขานั่นแหละที่ต้องหยุดตนจะกลับ เกวลินสะบัดมือวิ่งออกจากห้อง ธรรณธรวิ่งตาม

หน้าบ้าน กฤตเพิ่งมาถึงถามอนิมามีเรื่องอะไรถึงโทร.ตามแต่เช้า เธอบอกเรื่องเกวลินมาส่งธรรณธรเมื่อคืนยังไม่ได้กลับ กฤตดีใจกำลังอยากสัมภาษณ์ ไม่ทันไร ได้ยินเสียงสองคนเอะอะวิ่งไล่กันออกมา ธรรณธรจับ เกวลินไว้ได้บอกให้เธอหยุด แต่เธอไม่ยอมสลัดตัวหนี เขาจึงทำให้เก้าอี้เลื่อนมาขวางเธอทุกทางที่เธอวิ่งไป ทั้งกฤตและอนิมายืนตะลึง กฤตพยายามบอกให้ทั้งสองใจเย็น เกวลินโต้แบบนี้ใครจะเย็นไหว อนิมาเข้าไปขอร้องอย่าเพิ่งกลับ ขอให้พี่ชายตนสงบก่อน ตนกับกฤตมีเรื่องอยากคุยด้วย สายตาธรรณธรยังโกรธเกรี้ยวแต่ก็พยายามจะสงบ

กฤตพาธรรณธรขึ้นห้องนอนพักเพราะท่าทางจะเหนื่อยมาก อนิมานั่งคุยกับเกวลินในห้องรับแขกบอกว่าไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นมากขนาดนี้มาก่อน เกวลินบอกตนเจอมาทุกรูปแบบ ทั้งแก้วน้ำ หนังสือ ถ้ามีมีดวางอยู่คงพุ่งทะลุพุงตนแน่…กฤตลงมาร่วมวงสนทนา

“เท่าที่ผมวิเคราะห์ดู ผมว่าคุณมีส่วนกระตุ้นให้พลังจิตของธรรณธรทำงาน”

“งั้นถ้าอยู่ต่อข้าวของไม่ยิ่งพังทั้งบ้านเหรอคะเกวกลับดีแล้วจะได้ไม่มีอะไรไปกระตุ้น”

“แต่ถ้าคุณหนีกลับไป เขาก็จะไปหาคุณที่บ้านอีกนะครับ ผมว่าคุณอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่า อยู่แบบไม่ทะเลาะกันนะครับ ผมจะอยู่ด้วยคอยห้ามไม่ให้ธรรณอาละวาด”

อนิมาช่วยขอร้องจนเกวลินใจอ่อน จากนั้นกฤตก็พาเกวลินมาดูภาพวาดที่ธรรณธรวาดเองตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เก็บไว้ในห้องที่ธรรณธรสั่งทุกคนในบ้านห้ามเข้ามายุ่ง ทั้งอนิมาและเกวลินประหลาดใจมากเพราะเป็นภาพผู้หญิงห่มสไบ มีหน้าตาเหมือนเกวลินมาก อนิมานึกได้หยิบสมุดวาดเขียนที่พี่ชายวาดเล่นแต่เด็ก ส่วนใหญ่เป็นภาพหญิงสาวห่มสไบ กฤตบอกว่า นี่คือผู้หญิงในฝันของธรรณธร เกวลินอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาเห็นตนในฝัน

ตกบ่ายธรรณธรลงมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย เกวลินมีท่าทีหวาดๆขยับออกห่าง เขาจึงเหน็บ

“อืม นั่งห่างๆก็ดีแล้วล่ะ เพราะดูแล้วคงจะยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อคืน”

เกวลินค้อนขวับหันมาขอให้อนิมาช่วยเล่าว่า

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง อนิมายิ้มๆบอกให้ทานข้าวกันก่อนค่อยคุยกัน…หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสี่คนก็มาคุยในห้องนั่งเล่น กฤตสาธยาย

“เท่าที่ผมวิเคราะห์ดูแล้ว ธรรณจะกลายเป็นเมฆก็ต่อเมื่อร่างกายไม่แข็งแรงหรือป่วย แล้วก็สภาพจิตใจอ่อนแอครับ”

ธรรณธรอยากรู้ว่าตอนที่ตนเป็นเมฆ เป็นอย่างไรบ้าง เกวลินเล่าว่า เขาอ่อนน้อมมารยาทดี พูดเพราะ ตนบอกอะไรก็เชื่อฟังหมดทุกอย่างและน่ารัก อนิมาเห็นด้วยว่าทำตัวเหมือนเด็ก เกวลินเสริม เมฆบอกว่าเป็นทาสของแก้ว ธรรณธรไม่เชื่อ เกวลินขำที่ชาติก่อนเขาเป็นทาส ชาตินี้เขาเป็นเจ้านาย ธรรณธรไม่พอใจบอกให้เลิกพูดแล้วบอกว่าตนจะไปส่งบ้าน

หลังจากนั้นธรรณธรขึ้นไปแต่งตัว เกวลินบ่นไปแค่นี้จะแต่งอะไรนักหนา บัวลอยบอกว่าเขาเป็นคนเนี้ยบ เสื้อผ้ามีเยอะมากต้องเลือกนาน แต่ละที่แต่งตัวไม่เหมือนกัน เกวลินแขวะเยอะแบบนี้ถึงหาแฟนไม่ได้ บัวลอยแย้งว่าแฟนเขาแต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ด เกวลินเบ้หน้าที่คนแบบนี้มีแฟนด้วย…เกวลินเริ่มเซ็งจะกลับเอง พอดีแชมเปญแวะมา พอเจอหน้าเกวลินก็เหยียดหยาม

“พนักงานเช็กสต๊อกที่บริษัท ธรรณถึงกับพาเข้าบ้านเลยเหรอ นี่เธอ…แค่เด็กทำงานในโกดัง แต่ริจะจับเจ้าของบริษัท หวังสูงไปไหม”

ธรรณธรลงมาได้ยินไม่พอใจ แชมเปญปราดเข้าถามว่าทำไมเกวลินถึงมาอยู่ที่นี่ อนิมาเข้ามาตอบแทน เกวลินมาทำงานหน้าที่พยาบาลส่วนตัวธรรณธร แล้วย้อนถามเธอมาทำอะไร แชมเปญกำลังจะเอ่ยปาก อนิมาแทรก จะชวนไปทานข้าวอีกใช่ไหม ตอนนี้เขาป่วยต้องการพักผ่อน แชมเปญเคืองหันมาถามธรรณธร เขาบอกว่าจริงให้เธอกลับไปก่อน แชมเปญเจ็บใจมาก

เกวลินถามอนิมาทำไมบอกแชมเปญไปแบบนั้น อนิมาตอบว่าเป็นหน่วยกู้ภัยก็ต้องปฐมพยาบาลเป็น กฤตเห็นด้วยที่จะให้เกวลินมาดูแลธรรณธร เกวลินสวนแค่นี้ก็ยุ่งพอแล้ว ถ้าอยู่กันทั้งวันคงตีกันตายแน่ ธรรณธรโพล่งขึ้นว่าให้กลับมาทำงานกับตนถ้าไม่มาแสดงว่าเธอชอบตน

“โหคิดได้ไง เกิดมาไม่เคยเห็นใครหลงตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย นายต่างหากที่มาหลงรักฉันเก็บเอาฉันไปฝัน ตื่นมาก็ยังเพ้อหา จนถึงขั้นวาดรูปไว้ซะเต็มห้องไปหมด”

“นี่ใครสั่งให้คุณไปรื้อของของผม”

กฤตกับอนิมาหลบตา ธรรณธรแก้ตัวว่าไม่เคยชอบเธอแค่ผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนเธอ เกวลินโต้ตนก็ไม่ได้ชอบเขา ถ้าเป็นเมฆก็ว่าไปอย่าง ธรรณธรหมั่นไส้เดินเข้ามาใกล้ถาม แล้วเมฆไม่ใช่ตนหรือ เธอเถียงว่าตัวอาจจะใช่แต่ใจห่างกันลิบลับ ธรรณธรเริ่มฉุน กฤตต้องปรามให้เลิกทะเลาะกันแล้วให้รีบไปส่งบ้านเสีย

ในรถเกวลินนั่งเงียบ ธรรณธรทำลายความเงียบเอ่ยปากบอกให้กลับมาทำงานกับตน เธองงถามเขาพูดอะไร เขามองขุ่นๆ เกวลินจึงเสนอ “ฟังนะคุณธรรณ คุณอยากให้ฉันกลับไปทำงาน ฉันเองก็อยากมีงานทำ แต่ถ้าคุณจะพูดจากับฉันดีๆไม่ใช้อารมณ์ใส่ฉัน เราก็อาจจะตกลงกันได้”

ธรรณธรสวนตนพูดไม่ดีตรงไหน เกวลินโกรธยังไม่รู้ตัวอีก เขาถามตกลงจะกลับมาไหม หญิงสาวบอกถ้าเขาเลิกใช้พลังจิตทำร้ายตนอีก ชายหนุ่มสวนก็อย่ายั่วโมโห เกวลินเคืองสรุปตนผิดหรือ ธรรณธรยอมรับผิดเอง เกวลินให้เขากล่าวขอโทษ เขาโพล่งออกมาว่าขอโทษ เธอหาว่าไม่เต็มใจ แล้วตั้งข้อแม้ “ฉันจะปรับเป็นเงิน ถ้าคุณใช้พลังจิตกับฉันปรับครั้งละหมื่น ถ้าฉันบาดเจ็บแผลละ 1 แสน ถ้าฉันตาย คุณต้องชดใช้ครอบครัวฉัน 10 ล้าน”

ธรรณธรขำแต่ก็ตกลง เกวลินให้ทำสัญญามาด้วย…แต่แล้วชาติคนทวงหนี้ก็ตามมาถึงบ้าน พังข้าวของข่มขู่กนกกับกรุณาให้เอาเงินทั้งต้นและดอกมาคืน ถ้าไม่ได้จะเอาตัวลูกสาวไปขัดดอก ชาติเอารูปเกวลินกลับไปให้เสี่ย

________

source : TV3 Official

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ
Fanthai-media-